เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 มีนาคม ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาหารบริหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์(มวล.) อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมวล. พร้อมด้วย นพ.ปรัชญะพันธุ์ เพชรช่วย คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มวล. คณาจารย์สำนักวิชาแพทยศาสตร์กว่า 30 คน แถลงข่าวกรณีผู้ปกครองร้องเรียนว่ามีอาจารย์แพทย์ 8 คนลาออกไปทำงานที่บริษัทเอกชนซึ่งเกรงว่าจะกระทบต่อการเรียนการสอนของนักศึกษา ว่า ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์ 6 ใน 8 คน ซึ่งทุกคนล้วนมีเหตุผลส่วนตัว ตนเคารพในการตัดสินใจเพราะคิดว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลห้ามไม่ได้ ไม่ขอก้าวก่าย แต่ต้องมีจิตวิญญาณที่ดี หากอยากรวยอย่ามาเป็นอาจารย์ ซึ่งแต่ละคนมีอายุการทำงานมากกว่า 30 ปี และทุกคนคืนทุนหมด เหตุผลหลักที่ต้องลาออก เนื่องจากมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด และการลาออกดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย รวมถึงการเรียนการสอนแต่อย่างใด เนื่องจากอาจารย์แพทย์ที่มีอยู่เพียงพอต่อการเรียนการสอน และพร้อมมุ่งมั่นมอบการเรียนการสอนที่ดีต่อเด็ก
“จำนวน 8 คน ถือว่าปกติ เมื่อเทียบกับภาคอีสานมากกว่าหลายเท่า ยืนยันว่าไม่มีอะไรน่าตกใจ ขอให้นักศึกษา ผู้ปกครอง และคณาจารย์มั่นใจ เราจะสร้างจิตวิญญาณที่ดีให้คนเหล่านี้มีจิตสาธารณะ โดยเฉพาะกลางปี 2563 ศูนย์การแพทย์จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ให้เกิดความมั่นใจต่อประชาชนผู้มาใช้บริการทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนบน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ จะมีความมั่นคงในอาชีพอย่างแน่นอน” นายสมบัติ กล่าวและว่า มวล.มีแผนรับอาจารย์เพิ่มเป็น 190 คนเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มวล. สำหรับการผลิตนักศึกษาแพทย์ เป็นข้อตกลงร่วมระหว่างมวล. กับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ที่จะผลิตแพทย์ตามโครงการผลิตแพทย์เพื่อชนบท โดยสธ.กำหนดให้รับนักศึกษาในภูมิลำเนา 5 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง จึงไม่สามารถรับนักศึกษานอกพื้นที่ที่สธ.กำหนดได้ และเมื่อนักศึกษาจบแล้ว ต้องทำงานใช้ทุน 3 ปี หากว่านักศึกษาเหล่านี้ประสงค์เป็นอาจารย์แพทย์ ก็สามารถขอทุนเรียนต่อได้ ไม่เฉพาะนักศึกษาจบใหม่ของมวล. ที่มหาวิทยาลัยอื่นก็สามารถมาขอทุนได้เช่นกัน
“จะนำพาให้ศูนย์การแพทย์ มวล. เป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำในภาคใต้ตอนบน เทียบเท่ากับ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬา ขอให้ไปตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าผมเป็นคนโปร่งใสมาโดยตลอด มิเช่นนั้นก็คงเป็นอาจารย์นิด้าไม่ได้ เรื่องทุจริตจะไม่เกิดขึ้นในศูนย์การแพทย์ นับแต่ผมมารับตำแหน่ง เรื่องการทุจริตไม่ปรากฏ” นายสมบัติ กล่าว
ด้านนายธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รองอธิการฝ่ายวางแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนา มวล. กล่าวว่า ภาคใต้เป็นภาคสุดท้ายที่นักศึกษาแพทย์จะเลือกลงมาศึกษา ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่คนจากภาคอื่นมาแล้วก็ไป ที่สำคัญเมื่อจะผลิตแพทย์ในปริมาณที่มากเพื่อทดแทนกำลังแพทย์ที่มีความต้องการสูง ในอัตรา 115 คน แต่ปัจจุบันสามารถผลิตได้เพียง 40 อัตรา จึงจำเป็นต้องสร้างศูนย์การแพทย์เพื่อผลิตบุคลากรให้เพียงพอ ควบคู่ไปกับการรักษาผู้ป่วย
นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า การบริหารบุคลากร เป็นอำนาจของอธิการบดี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา( สกอ.) จะดูแลหลักสูตรให้เป็นไปตามมาตรฐาน ดังนั้นเรื่องนี้ อธิการบดีต้องแก้ปัญหา



