หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา หนุนใช้เงิน’ห...

หนุนใช้เงิน’หวย’ส่งเด็กเรียนนอกแนะปรับเกณฑ์ คัดหัวกะทิระดับจังหวัด

18.12.24 | 11:26 น.

หนุนใช้เงิน’หวย’ส่งเด็กเรียนนอกแนะปรับเกณฑ์ คัดหัวกะทิระดับจังหวัด

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า กรณีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศจะฟื้นนโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน โครงการ 1 อำเภอ โดยใช้เงินจากกองสลาก ส่งเด็กเก่งไปเรียน ระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ และจัดทำโครงการ 1 อำเภอ 1 ซัมเมอร์แคมป์ ส่งเด็กไปเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศ ใน ระยะสั้น 5-8 สัปดาห์ เพื่อเป็นการเปิดโลก ให้เด็กได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่าง และจะนำเงินมาสร้างโรงเรียนต้นแบบ แต่ละอำเภอ โดยจะเริ่มในปี 2568 นั่น ส่วนตัวตนเห็นด้วยกับการใช้งบประมาณจากกองสลากเพื่อเป็นทุนการศึกษา แต่รัฐบาลควรกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้มีความชัดเจนก่อนที่จะจัดสรรทุนให้กับผู้เรียน โดยจะต้องเน้นผลิตกำลังคน ที่เป็นความต้องการของประเทศในอนาคต ทั้งนี้ไทย เป็นประเทศเกษตรกรรม ดังนั้น ควรมุ่งเน้นพัฒนา กำลังคนด้านการเกษตรและเทคโนโลยี อาทิ วิศวกรรมทางการเกษตร วิศวกรรมชีวการแพทย์ รวมถึง AI และ Machine learning ซึ่งสาขาวิชาเหล่านี้จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ขณะเดียวกัน เมื่อเรียนจบกลับมา จะต้องมีงานรองรับ เพื่อแก้ปัญหาการให้ทุนที่ผ่านมา คือ เมื่อผู้เรียนจบการศึกษามาแล้วไม่มีงานรองรับ ทำให้ความรู้ที่ได้รับมาจากต่างประเทศ ไม่เกิดประโยชน์ในเชิงของการพัฒนาประเทศ

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของโครงการ 1 อำเภอ 1 ซัมเมอร์แคมป์ ส่วนตัวมองว่ายังไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง เนื่องจากการการส่งผู้เรียนเพียงแค่ 1 คนต่อ 1 อำเภอไปศึกษาที่ต่างประเทศในระยะสั้น แล้วกลับมาอยู่ในการศึกษาที่มีบรรยากาศเช่นเดิมนั้น ไม่ได้เป็นการเสริมสร้างการเรียนรู้อย่างเต็มที่ ดังนั้นอยากเสนอว่ารัฐบาลนำงบประมาณในโครงการ 1 อำเภอ 1 ซัมเมอร์แคมป์ ไปลงทุน จัดสรร สร้างพื้นที่หรือเมืองจำลองในแต่ละจังหวัด ที่มีการใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศทั้งหมด เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ทั้งนี้ส่วนตัว มองว่า การให้ทุนไม่ควรที่จะให้ทุนเป็นรายอำเภอ แต่ควรขยายขอบเขตให้เป็นจังหวัด อาจจะเพิ่มจำนวนให้เป็น 10 ทุนต่อจังหวัดและคัดเด็กที่มีผลการเรียน ความสามารถอันดับต้น ๆ ส่งไปเรียนค่างประเทศ เชื่อว่า จะทำให้การใช้งบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดการศึก๋า เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการแจก ซิมพร้อมเรียน นั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะการแจกซิม อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไม่ได้การันตีว่าผู้เรียนจะสามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง และอาจทำให้ผู้เรียน นำอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปใช้กับการเล่นโซเชียลมีเดีย หรือหาความบันเทิง เล่นเกม มากกว่านำไปใช้ในการหาความรู้