ศธ. เดินหน้าแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบด้วย ‘บุรีรัมย์โมเดล’-ติดตามสถานการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

18.12.24 | 13:55 น.

ศธ. เดินหน้าแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบด้วย ‘บุรีรัมย์โมเดล’ -ติดตามสถานการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการขับเคลื่อนโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA โดยในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีความก้าวหน้าการขยายผลการอบรมการสร้างและพัฒนาข้อสอบฯ ในระดับเขตพื้นที่ทุกรุ่น จำนวน 245 เขตพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มีความก้าวหน้าไปมาก โดยในส่วนของสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ ได้จัดอบรมให้กับบุคลากรครบถ้วนแล้วทั้งหมด 715 คน ในส่วนของ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้รายงานแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับผลการประเมินปีซ่า ตามกิจกรรมที่ 8 และ 9 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียน ในปีการศึกษา 2568 และหารือร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เพื่อส่งมอบภารกิจในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนวทางการประเมินปีซ่า

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหา เด็กหลุดออกจากระบบ ตามนโยบาย Thailand Zero Dropout ของรัฐบาล โดยทาง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญและจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะโดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีไทย เป็นประธาน ซึ่ง ศธ.ก็จะมีหน้าที่ในการเข้าไปร่วมทำงานเพื่อบูรณาการช่วยกันดึงเด็กที่หลุดออกจากระบบกลับมา โดยได้มีการมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ไปจัดทำบุรีรัมย์โมเดล ซึ่งได้มีการรายงานผลสำรวจเด็กหลุดออกนอกระบบทั้งหมด 4,390 คน แบ่งเป็น พบตัว 1,379 คน ไม่พบตัว 3,011 คน และข้อมูลที่เป็นประโยชน์อีกหลายอย่าง

“เหตุผลที่เลือกบุรีรัมย์เป็นจังหวัดตัวอย่างในการจัดการดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในการทำงานเชิงบูรณาการ เมื่อได้โมเดลตัวอย่างในการแก้ปัญหาที่มีคุณภาพแล้วก็จะขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆซึ่งการทำโมเดลตัวอย่างในครั้งนี้ทำให้ได้ข้อมูลที่สำคัญและน่าสนใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้เด็กไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา เช่น เรื่องของสุขภาพและร่างกาย ซึ่งในอนาคตจะมีการประสานกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อเข้ามาทำงานเชิงบูรณาการจัดการแก้ปัญหาและดึงเด็กกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบการศึกษา” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในเรื่องของปัญหาอุทุกภัยในภาคใต้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) ได้มีการรายงานผลติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อนำข้อมูลไปทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.) ในเรื่องของการนำกำลังคนเข้าไปช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุด และจัดตั้งศูนย์ Fix it Center ขณะเดียวกันในส่วนของ สพฐ.ก็ได้มีการนำถุงยังชีพไปแจกให้ผู้ประสบภัยและจัดตั้งโรงเรียนเป็นศูนย์พักพิง โดยหลังจากที่ภัยพิบัติเริ่มลดระดับลงก็จะมีการเข้าไปบำรุงซ่อมแซมสถานศึกษาที่เสียหายต่อไป

Advertisement