นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 树倒猢狲散/樹倒猢狲散 shù dǎo hú sūn sàn (ฉู้ ต่าว หู ซุน ซ่าน) คำว่า树/樹shù (ฉู้) แปลว่า ต้นไม้ 倒dǎo (ต่าว) แปลว่า โค่นล้ม ล้ม 猢狲hú sūn (หู ซุน) แปลว่า ลิง 散sàn (ซ่าน) แปลว่า กระจาย แยกย้าย เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง ต้นไม้ล้ม ลิงกระจัดกระจาย ใช้เปรียบเปรยกับคนมีเงินทองและบารมีมาก จึงมีคนมาล้อมหน้าล้อมหลังเอาใจ และพึ่งพา แต่ยามสิ้นเขาแล้ว ทุกอย่างก็แตกกระจายแยกย้ายไปคนละทิศละทาง มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
จีนในยุคราชวงศ์ซ่ง 宋朝 Sònɡcháo (ซ่งเฉา) มีขุนนางคนหนึ่งนามว่าฉินหุ้ย 秦桧Qín ɡuì (ฉิน กุ้ย) ด้วยความที่ฉินหุ้ยเป็นคนที่พูดจากเก่งกาจ ปากหวาน เอาใจเจ้านายเก่ง จึงเป็นที่ไว้วางใจของฮ่องเต้ คนไทยเรารู้จักบุคคลนี้เป็นอย่างดีผ่านละครเรื่องขุนพลงักฮุย 岳飞Yuè fēi (เยว่ เฟย) ในเรื่องจะเห็นว่าฉินหุ้ยคือขุนนางกังฉินที่เลวร้ายที่สุดคนหนึ่ง ในช่วงที่ฉินหุ้ยกำลังรุ่งโรจน์อยู่นั้น บารมีของเขาก็มากมาย ทำให้เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างมาซบอยู่ใต้ร่มเงาของฉินหุ้ย ขุนศึกอย่างงักฮุยไม่ยอมก้มหัวให้ สุดท้ายก็ถูกใส่ร้ายจนต้องถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม
ทีนี้มาสู่นิทานของเรากัน มีเรื่องเล่าว่า ขุนนางผู้น้อยคนหนึ่งนามว่าเฉาโหย่ง 曹咏/曹詠 Cáo yǒnɡ เขาอาศัยการเอาใจและให้สินบนฉินหุ้ย จนอาชีพการงานเจริญก้าวหน้า ได้เป็นข้าราชการใหญ่โต ตัวเขาเองก็เริ่มมีบารมีขึ้นมา และมีผู้คนมาซบใต้ร่มเงาเขาด้วยเช่นกัน แต่มีญาติคนหนึ่งของเขานามว่า ลี่เต๋อซือ厉德斯/厲德斯 Lì dé sī เป็นข้าราชการประจำอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ด้วยความเป็นญาติกัน เฉาโหย่งจึงมักชวนเขาให้มาเข้าพวกด้วย พร้อมกล่าวเชิดชูคุณงามความดีของฉินหุ้ย ลูกพี่ของตน แต่ลี่เต๋อซือไม่เพียงไม่ยอมเข้าพวกด้วย กลับต่อว่าเฉาโหย่งที่ไปเข้าข้างคนโฉดคนชั่ว ทำให้เฉาโหย่งรู้สึกอับอายและเจ็บแค้นมาก เขาจึงมักสั่งผู้ตรวจการให้เล่นงานญาติคนนี้เป็นประจำ ทำให้ลี่เต๋อซือแม้รับราชการนานปี แต่ไม่เคยก้าวหน้าในหน้าที่การงานเลย ครั้นต่อมาภายหลัง เมื่อวันหนึ่งที่ฉินหุ้ยเสียชีวิตลง กลุ่มก้วนอำนาจในวังของฉินหุ้ยก็พังทลายลง เหล่าขุนนางอำมาตย์ที่เคยอยู่ใต้ร่มเงาของฉินหุ้ยก็พลอยพังทลายลงไปด้วย เมื่อไร้ผู้มีบารมีคุ้มหัว พวกเขาเหล่านั้นบ้างก็โดนประหาร บ้างก็โดนเนรเทศ บ้างก็โดนลดขั้น ไล่ออก หรือยึดทรัพย์ เฉาโหย่งก็ไม่พ้นจากวิบากกรรมนี้ด้วยเช่นกัน เขาถูกลดขั้นลงเป็นข้าราชการธรรมดาไปประจำการยังเมืองเล็ก ๆ อันไกลโพ้น ลี่เต๋อซือจึงมอบจดหมายให้เฉาโหย่งฉบับหนึ่ง เนื้อความข้างในนี้ประโยคหนึ่งที่เป็นคำพูดอันโด่งดังนานนับพันปี ก็คือประโยคที่ว่า เมื่อต้นไม้ใหญ่ล้มลง เหล่าฝูงวานรก็ต้องแยกย้าย ต่อมาผู้คนจึงเอาคำพูดนี้มาใช้เป็นคำสุภาษิตใช้กระแนะกระแหนคนที่มักชอบสร้างเสริมบารมีของตน
![]()
(ที่มาภาพ https://588ku.com/so/baofengyushu/)
อย่างมากมาย แต่เมื่อสิ้นตน ผู้คนก็สลาย เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่า ยามมีโชคมีวาสนามีบารมีก็ต้องเสริมสร้างแต่ความดีเพิ่มพูน ไม่ใช่เอาแต่ได้ เอาแต่กดขี่ขูดรีด เพราะวันใดที่เราสิ้นอำนาจ สิ้นบารมี สิ่งที่สร้างมาก็จะสลายหายไปในพริบตา
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:靠山一旦垮台,随从的人也就随之离散。
成語比喻:靠山一旦垮台,隨從的人也就隨之離散。
Chénɡyǔ bǐyù:Kàoshān yīdàn kuǎtái, suícónɡ de rén yě jiù suí zhī lísàn.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: เข้าฌาน อีตั้น ขว่าไถ, สุยโฉง เตอะ เหริน เหย่ จิ้ว สุย จือ หลีซ่าน
สุภาษิตเปรียบว่า เมื่อที่พึ่งพิงล้มลง เหล่าผู้ติดตามก็แยกย้ายสลายไป
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
他富贵的时候,会有人前呼后拥,如今失势,就像树倒猢狲散,各奔前程。
他富貴的時候,會有人前呼後擁,如今失勢,就像樹倒猢狲散,各奔前程。
Tā fùɡuì de shíhòu, huì yǒurén qián hū hòu yōnɡ, rújīn shīshì, jiù xiànɡ shù dǎo húsūn sàn, ɡè bèn qiánchénɡ.
ทา ฟู่กุ้ย เตอะ ฉือโห้ว, หุ้ย โหย่วเหริน เฉียน ฮู โห้ว โยง, หรูจิน ฌือฉื้อ, จิ้ว เซี่ยง ฉู้ ต่าว หูซุน ซ่าน, เก้อ เปิน เฉียนเฉิง
เมื่อยามที่เขามั่งคั่งและมีอำนาจวาสนา ก็มีคนคอยล้อมหน้าล้อมหลัง แต่ตอนนี้เขาหมดอำนาจแล้ว ก็เหมือนดั่งไม้ใหญ่ล้มลงเหล่าฝูงลิงก็แตกกระเจิง กระจัดกระจายไปตามทางของตน
