องค์กรครู ชี้ได้’พ.ร.บ.การศึกษาฯ’ฉบับใหม่ปี69 จี้’ส.ส.-ส.ว.’ ฟังเสียงปชช.
นายธนชน มุทาพร ที่ปรึกษาชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูไทย (ค.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวได้เห็นร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ…ฉบับของสภาการศึกษา (สกศ.) ที่ได้ผ่านการทบทวน ซึ่งจากเท่าที่ดูรายละเอียด เบื้องต้น เห็นว่ายังคงเป็นร่างเดิมที่ค้างในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและไม่ได้มีการปรับแก้ เพียงแต่ว่ามีการแนบเอาร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับของพรรคการเมืองต่างๆและข้อเสนอแนะเข้าไปขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งก็คงจะต้องมีการแปรญัตติ ในมาตรากฏหมายต่างๆกันอีกมากพอสมควร
“ส่วนที่สำคัญที่สุดที่ควรจะมีการแปรญัตติกันใหม่คือ มาตรา 8 ที่กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในแต่ละช่วงวัยให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual Differences Theory) ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligence) เมื่อดำเนินการปฏิบัติ จะเป็นการป้องกัน เปิดโอกาสการพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ การวางเป้าหมาย ระดับ และสมรรถนะของแต่ละช่วงวัยควรให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาแต่ละระดับและแต่ละประเภท หรือบทบาทที่กระทรวงกำหนด เพราะจะยึดผู้เรียนสะท้อนถึงความต้องการการเรียนรู้ ที่ตัวผู้เรียนเป็นสำคัญโดยคำนึงถึงความพร้อมและความแตกต่างระหว่างบุคคล”นายธนชน กล่าว
นายธนชน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ยังมีอีกหลายมาตราที่องค์กรครูทั่วประเทศได้แสดงความคิดเห็นออกไปว่าควรจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาดีที่สุด ทั้งนี้ ส่วนตัวเข้าใจว่าทำไมสกศ.ถึงไม่กำหนดเรื่อง เหล่านี้ไว้ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ที่ผ่านการทบทวน เพราะหากเปลี่ยนแปลงอาจจะเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายจึงมีแค่การแนบความคิดเห็นเพื่อให้รัฐสภาได้พิจารณาปรับแก้ในรายละเอียด โดยหวังว่าความคิดเห็นที่ได้เสนอไปจะได้รับการตอบรับจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) มากพอสมควร แต่อาจจะมีบางประเด็นที่ต้องพูดคุยกันอีกครั้ง เช่น การปรับโครงสร้าง หรือ การยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
“ส่วนเรื่องความก้าวหน้าทางวิชาชีพครู และ สิ่งที่นักเรียนจะได้รับจากการศึกษา ผมคิดว่าทุกฝ่ายน่าจะเห็นตรงกันหมดแล้วว่าต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดคุณภาพที่ดีต่อการศึกษา รวมไปถึงการผลิตครูที่ควรจะเป็นระบบผลิตแบบปิด เชื่อว่าเรื่องเหล่านี้ทางรัฐสภาจะรับฟังเสียงของประชาชนและหาทางออกที่ดีออกมาเพราะทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ที่จะมีส่วนในการพิจารณาครั้งนี้ต่างมาจากเสียงของประชาชนเช่นกัน” นายธนชน กล่าว
นายธนชน กล่าวต่อว่า ในส่วนของความแตกต่างระหว่างร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับของสกศ.และของพรรคการเมืองต่างๆ บางส่วนทางร่างพ.ร.บ.ของพรรคการเมืองได้มีการปรับแก้ให้สอดคล้อง กับร่างพ.ร.บ.ฉบับของสกศ.แล้ว ซึ่งหลังจากพิจารณา ออกมาเป็นร่างกฏหมาย ทางองค์กรครูทั่วประเทศจะเข้ามาช่วย แสดงความคิดเห็นและตรวจดูรายละเอียดทุกมาตรา ว่าส่วนใดที่อาจทำให้เกิดปัญหา เพื่อปรับแก้ให้พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับนี้มีความสมบูรณ์และดีที่สุด
“ผมคิดว่าการเปิดประชุมรัฐสภาในสมัยหน้าคงยังไม่ได้พ.ร.บ.การศึกษาฯ เพราะต้องมีการแปรญัตติเกือบทุกมาตรา ซึ่งก็คงใช้เวลานานพอสมควร แต่หากไม่ทัน ก็ไม่เป็นไรเพียงแต่ขอให้ใช้เวลาและได้พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับที่ดีที่สุดโดยคาดว่าในปี 2569 ทุกอย่างคงเสร็จสิ้นเรียบร้อยและได้เห็นพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับจริง ที่มีความสมบูรณ์”นายธนชน กล่าว

