ตามที่ “มติชนออนไลน์” ได้เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการพบแนวอิฐที่วัดเตว็ด ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นทางเดินลงท่าน้ำสมัยอยุธยาซึ่งอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์อย่างมาก โดยทำให้เห็นภาพในอดีต และบ่งชี้ระดับน้ำในคลองยุคกรุงศรีอยุธยานั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยาได้เผยแพร่ภาพชุดและข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการทางขุดแต่งแนวอิฐดังกล่าว รวมถึงความเป็นมาของวัดตว็ด เนื้อหาส่วนหนึ่งมีดังนี้
วัดเตว็ด ไม่มีประวัติที่ชัดเจน แต่สันนิษฐานจากพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระพนรันตน์วัดพระเชตุพล กล่าวว่า กรมหลวงโยธาทิพ กรมหลวงโยธาเทพ ซึ่งเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงในพระบรมโกศองคืก่อน ทั้ง 2 พระองค์ได้ทูลลาพระเจ้าแผ่นดินและพาพระราชบุตร พระนามว่า ตรัสน้อย ออกไปตั้งพระตำหนักอยู่ใกล้พระอารามวัดพุทไธสวรรย์ จากการสันนิษฐานว่าพระตำหนักที่กล่าวถึงน่าจะเป็นตำหนักหรืออาคารยกใต้ถุนสูงของวัดเตว็ด และมีการกล่าวถึงในเอกสารของ น. ณ ปากน้ำ ว่าการก่อสร้างและปูนปั้นแบบนี้ อาจเป็นที่ประทับของทั้งสองพระองค์เช่นกัน สถาปัตยกรรมที่พบ มีอาคารทรงตึกหรืออาคารยกใต้ถุนสูง หน้าบันด้านทิศตะวันตกมีการประดับลายปูนปั้นเป็นลายพันธุ์พฤกษาและรูปหน้าชาวตะวันตก สันนิษฐานว่าสร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย สมัยสมเด็จพระยารายณมหาราช หรือหลังจากนั้น

ผลการดำเนินงานขุดแต่งทางโบราณคดีเบื้องต้น พบโบราณสถานสำคัญ ได้แก่
- อาคารทรงตึกหรือตำหนักก่ออิฐถือปูน ยกใต้ถุนสูงมีหน้าบันที่ประดับปูนปั้นลายพันธุ์พฤกษา ลายก้านขดอิทธิพลศิลปะตะวันตกและรูปหน้าชาวตะวันตก ขนาดอาคารกว้าง 20 เมตร ยาว 30 เมตร
- อุโบสถและฐานไพที มีฐานเสมาล้อมรอบ กว้าง 17 เมตร ยาว 32 เมตร มีหลักฐานว่าได้รับการบูรณะหลายสมัย
- ฐานเจดีย์แปดเหลี่ยม เส้นผ่าศูนยืกลาง 3 เมตร พบยอดเจดีย์ประดับลายปูนปั้นตามรูปแบบเจดีย์มอญ
- วิหาร เป็นอาคารก่ออิฐสอดิน กว้าง 8.5 เมตร ยาว 15 เมตร พบแนวฉนวนทางเดินจากอุโบสถมาวิหาร
- ฉนวนทางเดินลงท่าน้ำก่อด้วยอิฐ
- ทางลาดลงท่าน้ำริมคลองปทาคูจาม ก่อด้วยอิฐและเสาไม้ประกอบ
- ฐานอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยอิฐ 3 หลัง ยังไม่ทราบการใช้งาน
สำหรับโบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ ชิ้นส่วนประกอบสถาปัตยกรรม เช่น กระเบื้องมุงหลังคาดินเผา กระเบื้องเชิงชาย ตะปูปลิง ชิ้นส่วนพระพุทธรูปหินทราย เป็นต้น
ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 นางสาวภัทราวดี ดีสมโชค นักโบราณคดีชำนาญการประจำสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “มติชนออนไลน์” ว่า จากการดำเนินการทางโบราณคดีที่วัดเตว็ดซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2558 ได้มีการขุดค้น และขุดแต่งโบราณสถานในบริเวณวัด อาทิ เจดีย์ อุโบสถ มณฑปและวิหาร มีการแบ่งเขตสังฆาวาสและพุทธาวาส ต่อมาได้พบแนวอิฐที่ถูกเรียงในลักษณะเป็นทางเดินจากอาคารของวัดมุ่งสู่ “คลองคูจาม” ซึ่งปัจจุบันมีถนนที่ถูกสร้างขึ้นเลียบคลองในภายหลังคั่นอยู่ จึงทำการขุดแต่งที่เผยให้เห็นการเรียงของอิฐซึ่งนำด้านสันหงายขึ้นด้านบน ลักษณะเป็นลายก้างปลา คาดว่าเป็นฉนวนทางเดินลงท่าน้ำ การพบทางเดินดังกล่าว ทำให้ทราบถึงระดับน้ำในคลองคูจามในอดีต ซึ่งอยู่ต่ำลงไปกว่าในปัจจุบันอย่างมาก และขนาดของคลองก็คาดว่าเคยมีความกว้างกว่าในปัจจุบันด้วย






