แม่ใจสลาย ลูกสาว ป.2 ผวาไม่อยากไปรร. เล่าถูก ‘ครูชาย’ อนาจารหลังเวทีการแสดง

2.01.25 | 17:32 น.

แม่ใจสลาย ลูกสาว ป.2 ผวาไม่อยากไปรร. เล่าถูก ‘ครูชาย’ อนาจารหลังเวทีการแสดง ล่าสุด ผอ.โทรหา ติดต่อไม่ได้ ปิดเฟซ-ไลน์หนี

รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับ “ครูชาย” ประจำโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในจังหวัดภูเก็ตแห่งหนึ่งก่อเหตุทำอนาจาร หรือล่วงละเมิดทางเพศ ลูกศิษย์หญิง อย่างน้อย 8 ราย และบิดามารดาผู้ปกครองได้ทยอยไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีและแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 มกราคมนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ชุมชนซอยกิ่งแก้ว ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง ภูเก็ตจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดต่อพบ ผู้เสียหาย อาศัยในห้องเช่าขนาดเล็กที่อยู่กับแม่ 2 คน

ทั้งนี้ได้ขออนุญาต แม่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหายอายุ 8 ขวบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนที่จะสัมภาษณ์บุตรสาวที่ได้เล่าเหตุการณ์ วันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมาว่า ครูผู้ก่อเหตุได้ชวนผู้เสียหายเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาและดนตรีที่อยู่ด้านหลังเวทีการแสดงของโรงเรียน และยังได้เปิดเพลงเสียงดังมากภายในห้อง

ในทีแรกครูรายนี้ยังชวนเพื่อนเด็กผู้หญิงทั้งหมดเข้าไปด้วยหลายคน ก่อนที่จะไล่ให้เพื่อนคนอื่นๆ ออกจากห้องไป จากนั้นปิดประตูให้ ด.ญ.เอ อยู่กับครูเพียง 2 คน และครูให้น้องนั่งบนตักและใช้มือกระทำการอนาจารบริเวณสวนสงวน ตนรู้สึกเจ็บจึงพยายามร้องเรียกให้เพื่อนมาช่วย แต่ก็ไม่มีเพื่อนคนไหนได้ยินเพราะเพลงเสียงดังกลบหมด

ด.ญ.เอ ระบุด้วยว่า เพื่อนผู้หญิงพยายามที่จะเข้ามาหาตนเอง แต่เข้ามาไม่ได้ จึงพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากครูผู้ก่อเหตุที่ตอนนั้นได้จับแขนเอาไว้ไม่ให้ลุกขึ้นมาเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามา พอครูทำอะไรเสร็จก็ปล่อยออกมาจากห้องทันที ตอนกลับจากโรงเรียนไม่ได้บอกอะไรแม่ และเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม แม่พาไปส่งโรงเรียน ตนไปเจอครูคนที่ทำกับตนมาก่อน จึงบอกแม่ว่าวันนี้ไม่อยากเรียนแล้วชวนกลับบ้านดีกว่าและมีอะไรจะบอกแม่ พอมาถึงบ้านได้เล่าเหตุการณ์ให้แม่ฟังว่าเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม โดนครูคนนี้ทำอะไรบ้าง แม่พาไปแจ้งความดำเนินคดีกับครู ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ทันที

Advertisement

แม่ของ ด.ญ.เอ นักเรียนชั้นป.2 กล่าวว่า ตอนนี้ตนรู้สึกไม่สบายใจและยังกังวลใจมากที่สุด มีความเครียดทำให้นอนไม่หลับควบคู่กันไปด้วย เพราะเรื่องที่ครูล่วงละเมิดทางเพศเรื่องมันเงียบไม่คืบหน้าอะไรหลังจากลูกสาวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง จึงพาลูกสาวไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต และจนถึงวันนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับครูผู้ก่อเหตุคนนี้จำนวน 3 รายเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ตามสภาพความเป็นจริงมีผู้เสียหายที่เป็นผู้ปกครองสามารถที่จะออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับครูคนนี้ได้อีกจำนวนมาก น่าจะอยู่ที่จำนวน 10 ราย นอกจากนี้ตนเองจะพาลูกสาวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่งในวัน พรุ่งนี้ (3 มกราคม) หลังจากที่เคยพาลูกสาวไปหาหมอแล้วแต่หมอบอกว่าช่วงปีใหม่เป็นวันหยุดไม่มีหมอที่จะตรวจให้จึงนัดให้ไปใหม่

ในเวลาที่ครูลงมือก่อเหตุ ลูกสาวบอกว่ามีร่องรอยเป็นสีแดง และหวาดผวาทุกครั้งที่ไปโรงเรียน และครูรายนี้ต้องเข้ามาสอนสัปดาห์ละ 3 วัน คือวันจันทร์วันพุธและวันศุกร์ บางครั้งลูกสาวต้องวิ่งหลบไปในห้องน้ำและบ่นกับแม่ว่าไม่อยากจะไปเรียนหนังสือ และขอให้ย้ายลูกสาวไปที่โรงเรียนอื่นด้วยซ้ำไป

“อยากจะวิงวอนให้ผู้ปกครองรายอื่นๆ ออกมากันมากๆเพื่อ แจ้งความดำเนินคดีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาหรือ จับครูคนนี้เข้าคุกไม่ให้ไปก่อเหตุกับลูกของใครที่โรงเรียนไหนอีกต่อไป” แม่เด็ก ป. 2 กล่าวและว่า ในความเป็นแม่ มีความรู้สึก ที่อัดอั้นตันใจ และเศร้าใจ เป็นอย่างมาก แต่ยังคงมีการโทรศัพท์พูดคุยปรึกษาหารือกันกับเพื่อนผู้ปกครองที่ลูกสาวประสบชะตากรรมเดียวกันบางส่วน

และยังทราบว่าในขณะนี้ ครูผู้ก่อเหตุได้ปิด Facebook หรือ LINE ไปแล้ว ส่วนโทรศัพท์มือถือไม่ได้ปิดและทราบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนได้โทรศัพท์ไปหา โทรศัพท์มีเสียงปลายสายแต่ไม่มีผู้ใดรับสาย

ทางด้านความคืบหน้าของคดี ในเรื่องนี้ พ.ต.อ.ประเทือง ผลมานะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร เมืองภูเก็ต แจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้ให้ตำรวจชุดสืบสวนเข้าไปแจ้งให้ครูผู้ถูกกล่าวหาทราบแล้วว่ามีผู้ปกครองเด็กไปแจ้งความดำเนินคดีกับครู และได้ถ่ายภาพครูเอาไว้แล้ว และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำชับ ผู้ก่อเหตุไม่ให้หลบหนีออกจากภูเก็ต

ส่วนการสอบปากคำ ผู้เสียหาย ที่เป็นเด็กนักเรียน พนักงานสอบสวนต้องสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ ให้ครบทุกปากที่เข้ามาร้องทุกข์กับทางสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต จากนั้นจึงจะทำหมายเรียกให้ครูผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาให้ปากคำกับเจ้าที่ตำรวจพร้อมกับแจ้งข้อหาต่อไปด้วย