21เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้เห็นชอบปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน นั้น ขณะนี้รายละเอียดของค่อนชัดเจนแล้วว่า หลักสูตรใหม่จะเริ่มใช้ กับนักเรียนช่วงชั้นที่1 คือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-ป.3 เป็นลำดับแรก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม เนื่องจากการปรับมาใช้หลักสูตรใหม่พร้อมกันทั้ง 4 ช่วงชั้น อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อม ทั้งครูผู้สอน นักเรียน และผู้ปกครอง คาดว่า จะเริ่มใช้จริงในปีการศึกษา 2569 และจะค่อยๆ ต่อยอดการปรับปรุงไปยังช่วงชั้นเรียนอื่นๆ ในอนาคต
ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การปรับหลักสูตรครั้งนี้ เกิดจากการสำรวจปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาไทย แล้วนำมาวิเคราะห์ ซึ่งพบว่า นักเรียนไทย มีชั่วโมงการเรียนที่มากเกินความจำเป็น แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ทางการศึกษาที่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงมอบหมายให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ออกแบบหลักสูตรใหม่สำหรับช่วงชั้นที่ 1 หรือประถมศึกษาตอนต้น ให้เหมาะสม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะของเด็กเป็นหลัก ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับหลักสูตรฐานสมรรถนะที่เน้นการสร้างความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในปัจจุบัน การลดเนื้อหาที่ไม่จำเป็นลง และให้ความสำคัญกับวิชาที่เป็นทักษะพื้นฐานก่อน เช่น การอ่านออก เขียนได้ การสื่อสาร เป็นต้น เมื่อเด็กเข้าสู่ช่วงชั้นที่สูงขึ้นจึงค่อยเสริมเพิ่มเติมวิชาที่มีความจำเป็นต่อการเรียนรู้ในอนาคต เช่น วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อให้การเรียนรู้ในแต่ละช่วงชั้นมีความเหมาะสมและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง
“สพฐ.ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการใช้กับช่วงชั้นเรียนที่ 1 จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยวางรากฐานสำหรับการพัฒนาต่อไป ในช่วงชั้นอื่นๆ ทั้ง ระดับประถมศึกษาตอนปลาย (อายุ10-12 ปี)ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุ13-15 ปี) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (อายุ 16-18 ปี)ละช่วงชั้นมีความเหมาะสมและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง ต่างกับหลักสูตรปัจจุบัน ที่เน้น การเรียนเนื้อหา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งบางครั้งถือว่าเกินความจำเป็น โดยเฉพาะชั้นประถมต้น”ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

