อดีตประธาน กพฐ. ไม่เห็นด้วยเลื่อนเปิดเทอม แนะให้อำนาจเขตพื้นที่ฯ-ร.ร. บริหารจัดการเอง

20.01.25 | 11:34 น.

อดีตประธาน กพฐ. ไม่เห็นด้วยเลื่อนเปิดเทอม แนะให้อำนาจเขตพื้นที่ฯ-ร.ร. บริหารกำหนดวันตามบริบทของตัวเอง

เลื่อนเปิดเทอม – จากกรณีประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาแก้ไขระเบียบ ศธ.ว่า ด้วยปีการศึกษาการเปิดและปิดภาคเรียน พ.ศ.2549 เพื่อให้เข้ากับบริบทในปัจจุบัน โดยมีแนวคิด เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 จากเดิมวันที่ 16 พฤษภาคม เป็นวันที่ 1 พฤษภาคม และเลื่อนวันปิดภาคเรียนที่ 1 จากวันที่ 11 ตุลาคม เป็นวันที่ 30 กันยายน เพื่อให้ตรงกับปีงบประมาณ โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปศึกษารายละเอียดต่อไป

อ่านข่าว ‘บอร์ดกพฐ.’ ชงเลื่อนเปิดเทอม สอดคล้องปีงบประมาณ ‘บิ๊กอุ้ม’ แจงข้อดีเด็กหยุดยาว

เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ อดีตประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า การเลื่อนเปิดภาคเรียนเร็วขึ้น มองว่าไม่มีความจำเป็น เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การรับสมัครนักเรียนจะเริ่มเดือนมีนาคม และกว่าจะหาที่เรียนให้นักเรียนได้อาจจะล่วงมาถึงปลายเดือนเมษายน ปัญหาจะพันกันไปหมด นอกจากนี้ มองว่าควรจะให้ความสนใจเรื่องเวลาเรียนมากกว่า และการปรับกระบวนการเรียนการสอนมากกว่า

นายเอกชัยกล่าวต่อว่า การเลื่อนเปิดเทอม มองว่าไม่ควรจะบังคับให้โรงเรียนทั่วประเทศต้องเลื่อนเปิดวันที่ 1 พฤษภาคม เพราะไม่มีประโยชน์ต่อผู้เรียน ที่ผ่านมาเราเคยเลื่อนเปิดเทอมให้เหมือนกับอาเซียน ผลปรากฏว่าเละตุ้มเป๊ะ ทั้งนี้ ตามประวัติของเรา เราปิดเทอมช่วงหน้าฝน เพราะให้เด็กไปช่วยพ่อแม่ทำเกษตรกรรม ดังนั้น อาจจะปิดถึงพฤษภาคม-มิถุนายนด้วยซ้ำ และให้เด็กเรียนซัมเมอร์แทน ตอนหลังก็มาขยับปิดเทอมหน้าร้อนแทน

Advertisement

นายเอกชัยกล่าวต่อว่า การเปิด-ปิดภาคเรียนควรจะเปิดช่องยืดหยุ่น โดยมอบอำนาจให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และโรงเรียน พิจารณาร่วมกันว่าในพื้นที่ของตนควรจะเปิด-ปิดเรียนช่วงใด เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบทไม่เหมือนกัน เช่น ในกรุงเทพฯมีปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 อาจจะเลื่อนเปิดภาคเรียนเป็นปลายเดือนพฤษภาคม หรือจังหวัดระนอง พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีปัญหาฝุ่น อาจจะเปิดภาคเรียนต้นเดือนพฤษภาคม เป็นต้น ควรให้อิสระเขตพื้นที่ และโรงเรียนตัดสินใจ

“มองว่าคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ควรจะให้ความสนใจเรื่องหลักสูตร เพราะถือเป็นอำนาจของ กพฐ. แต่ปัจจุบันหลักสูตรยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็ควรจะสนับสนุนให้ครูปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการเรียนการสอน โดยสนับสนุนให้ครูเข้าถึง AI ให้ได้ หรือให้เขตพื้นที่ฯ โรงเรียน สมัครแพลตฟอร์ม AI เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์กับการเรียนการสอน ไกด์นำเด็กได้ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษา (ศธ.) ได้เริ่มให้โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนต่างๆ สามารถอัพโหลดการเรียนการสอนลงในแพลตฟอร์ม เพื่อให้เด็กไทยสามารถเรียนได้ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ดี ดังนั้น บอร์ด กพฐ.ควรจะมุ่งเน้นเรื่องหลักสูตร การปรับการเรียนการสอน และจัดสรรงบเพื่อให้ครูใช้ AI มาจัดการเรียนการสอน” นายเอกชัยกล่าว