นักวิชาการ เห็นด้วยเลื่อนเปิดเทอม แนะศึกษารอบด้าน ฟังเสียงเด็กที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดด้วย 

20.01.25 | 14:03 น.

นักวิชาการ เห็นด้วยเลื่อนเปิดเทอม แนะศึกษารอบด้าน ฟังเสียงเด็กที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดด้วย 

เลื่อนเปิดเทอม – จากกรณีประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาแก้ไขระเบียบศธ.ว่า ด้วยปีการศึกษาการเปิดและปิดภาคเรียน พ.ศ. 2549 เพื่อให้เข้ากับบริบทในปัจจุบัน โดยมีแนวคิด เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 จากเดิมวันที่ 16 พฤษภาคม เป็นวันที่ 1 พฤษภาคม และเลื่อนวันปิดภาคเรียนที่ 1 จากวันที่ 11 ตุลาคม เป็นวันที่ 30 กันยายน เพื่อให้ตรงกับปีงบประมาณ โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปศึกษารายละเอียดต่อไปนั้น

อ่านข่าว –  ‘บอร์ดกพฐ.’ ชงเลื่อนเปิดเทอม สอดคล้องปีงบประมาณ ‘บิ๊กอุ้ม’ แจงข้อดีเด็กหยุดยาว

เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า การเลื่อนเปิด ปิดภาคเรียน โดยยึดปีงบประมาณเป็นหลัก โดยพบว่าจากผลสำรวจ 80% เห็นด้วย ในเชิงหลักการ แนวปฏิบัติ และการขับเคลื่อน ตนเห็นด้วย เพราะสิ่งที่ตนพบคือการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากจบเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา มีการจัดตั้งรัฐบาลช้ามาก ทำให้มีการเหลื่อมงบประมาณ 6-7 เดือน สิ่งที่เกิดขึ้น คือ สร้างปัญหา ข้อยุ่งยากมากมาย ทั้งเรื่องเงินทุน อาหารกลางวัน อาหารเสริมนม การบรรจุครู หน่วยราชการจะหาเงินจากไหนมาสำรองจ่าย ซึ่งสร้างความวุ่นวายอย่างมาก

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หากจะยึด “ปีงบประมาณ” เพียงอย่างเดียว โดยถามความเห็นของข้าราชการ ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา บางส่วนเท่านั้น แต่คนที่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนปิด-เปิดภาคเรียน คือเด็กนักเรียน ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องสำรวจอย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่เชิงบริหารจัดการเท่านั้น แต่จะทำอย่างไรให้เกิดการสำรวจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ตนมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. ได้คำนึงถึงความต้องการ สิทธิเด็กและเยาวชนเพียงพอหรือยัง? มองว่าต้องทำผลการสำรวจ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเป็นหลัก โดยให้สภานักเรียน หรือสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการสำรวจความพอใจ สำรวจความเห็นของนักเรียนว่าการเลื่อนเปิดปิดภาคเรียน ส่งผลกระทบต่อชีวิตและคุณภาพของเด็กอย่างไร?

Advertisement

2.นอกจากมองเรื่องปีงบประมาณแล้ว ได้คิดถึงผลกระทบอย่างอื่นหรือไม่ เช่น ปัจจุบันสังคมไทยเผชิญสภาวะโลกเดือด ปัญหา PM2.5 น้ำท่วม ผลกระทบเหล่านี้ควรจะศึกษาย้อนหลัง 3 ปี และวิเคราะห์เตรียมการล่วงหน้าอีก 3 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจ เพราะโลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นต้องรอบคอบกว่านี้

3.การเลื่อนเปิดเทอม ทำให้นักเรียนมีเวลาหยุดเพิ่มขึ้น แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมการ “ปิดเทอมสร้างสรรค์” รับการหยุดยาวของนักเรียนหรือยัง ถ้าเด็กหยุดยาวเพิ่มมากขึ้น เด็กอาจจะกลับไปเล่นมือถือ อาจจะมีปัญหาเด็กติดต่อตามมา หรืออาจจะเข้าไปในสถานที่พื้นที่ไม่ดี อีกทั้งกำลังจะมีเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อีก สิ่งเหล่านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการอย่างไร และเตรียมกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กอย่างไรบ้าง?

4. ต้องปฏิรูประบบการวัดผล ปัญหาใหญ่ที่สุดของเด็กไทยในขณะนี้ มี 2 เรื่อง คือ 1.เด็กกลัวถูกตี และ 2.เด็กสอบบ่อย ติด 0 ติด ร. ติด มส. ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กไม่ชอบมากที่สุด จึงอยากให้มีการปฏิรูประบบการลงโทษเด็ก การวัดผล และการสอบที่เมตตากับเด็กมมากกว่านี้

5.เมื่อหยุดยาวมากขึ้น ผู้ปกครองที่ประกอบอาชีพต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ได้สอบถามผู้ปกครองหรือยัง เพราะผู้ปกครองจะต้องมีรายจ่ายมากขึ้น เช่น อาจจะต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษเพิ่มขึ้น จ่ายค่านม ค่าอาหารเพิ่มขึ้น

6.ทั้งนี้เมื่อดูข้อดี ข้อเสีย ที่ทำการสำรวจมาก คิดว่าควรจะเพิ่มขึ้นเสียให้มากกว่า และให้รายละเอียดเพิ่มเติมด้วย เพราะไม่พอกับการตัดสินใจ การให้ข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญต่อการตัดสินใจ เมื่อให้ข้อมูลเน้นข้อดี เหมือนกับมีธงนำ และมีคำตอบแล้ว

“ที่ผ่านมาเรามีการเลื่อน 2-3 หนแล้ว ตั้งแต่เหตุผลการเลื่อนเปิดปิดภาคเรียนให้ตรงกับอาเซียน และล่าสุดเลื่อนให้ตรงกับปีงบประมาณ ซึ่งเลาเลื่อนแต่ละครั้ง มีผลกระทบกับชีวิต ค่าใช้จ่ายตามมา การรับฟังข้อมูลจากผู้ใหญ่เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยฟังเสียงเด็กน้อยเกินไปผมว่าอันตราย” นายสมพงษ์ ระบุ