หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เปิดไอเดียเยา...

เปิดไอเดียเยาวชน ‘คิดใหญ่’ ปั้นรถไฟไทยสู่อุตสาหกรรมราง

25.01.25 | 10:00 น.

พันธกิจสำคัญหนึ่งของสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล คือการพลิกโฉมประเทศไทยให้มีความก้าวหน้าทางด้านระบบราง นำพาประเทศไทยสู่ประเทศอุตสาหกรรมราง สทร.จึงเปิดตัวโครงการ “คิดใหญ่ไปให้สุดราง” (Think Beyond Track) ประกวดความคิดสร้างสรรค์ระดับเยาวชน หัวข้อ “รถไฟในฝัน” เพื่อดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม ก้าวแรกในการปูทางความพร้อมด้านบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมรางของไทย

โครงการนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชน มีนักเรียนนักศึกษาส่งผลงานและแนวคิดเข้าร่วมประกวดจากทั่วประเทศมากถึง 433 ทีม แบ่งเป็นรุ่นอายุ 16-18 ปี และรุ่นอายุ 18-22 ปี รู้ผลตัดสินเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา

ได้ 2 ทีมที่โดนใจคณะกรรมการที่สุดคว้ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ รุ่นอายุ 16-18 ปี ทีม “BEN 2” 4 เด็กเก่งจากโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยแนวคิด เพราะ “รถไฟ” ไม่ใช่แค่ไปให้ถึงปลายทาง แต่ต้อง “ปลอดภัย” ตลอดการเดินทาง จึงเป็นที่มาของชื่อแนวคิด “IN-TRAIN ROBOT”

Advertisement

นายปรเมศร์ ขมเล็ก หรือปอน ตัวแทนทีม “BEN 2” เล่าว่า ตนและเพื่อนทั้ง 4 คน เคยร่วมงานกันมาแล้วในรายการ MRTA innovation camp ส่วนแนวคิดครั้งนี้ที่สามารถคว้าที่ 1 มาจาก “กิ้งกือ” เป็นต้นแบบ “ในระหว่างกำลังคิดว่าจะเอาอะไรเป็นต้นแบบ ด้วยความบังเอิญเพื่อนในทีมไปโดนตัวกิ้งกือ ก็จะม้วนตัวทันที จึงสงสัยว่าทำไมม้วนตัว เป็นจุดเริ่มต้นค้นหาข้อมูล ได้รู้ว่าคือวิธีป้องกันตัวเองจากภยันตราย จึงเลือกกิ้งกือเป็นต้นแบบ”

จากนั้นได้รวบรวมปัญหาระบบรางไทย และนำมาซึ่ง IN-TRAIN ROBOT หุ่นยนต์รถไฟที่มีรูปร่างคล้ายกิ้งกือกระสุนพระอินทร์ 3 คำที่นำมาเป็นชื่อแนวคิด ล้วนมีความหมาย IN นอกจากแทนคำกระสุนพระอินทร์ ยังหมายถึง Infinity การพัฒนารถไฟและระบบรางอย่างไม่มีที่สิ้นสุด TRAIN คือระบบการทำงานของหุ่นยนต์ ประกอบด้วย 5 ด้าน T : Traffic Safety, R : Rail Patient Assistance, A : Aninal Warning, I : Integration of Care, N : Network for Electricity และ ROBOT คือหุ่นยนต์ที่ออกแบบและสร้างสรรค์ให้สามารถสั่งการทำงานต่างๆ เพื่อดูแลและสร้างความปลอดภัยให้กับรถไฟและระบบราง

“4 หนุ่มฝันไกล” ขยายความแนวคิด 5 ด้านที่มั่นใจว่าทำได้จริง ด้วยหุ่นยนต์กระสุนพระอินทร์จะเดินทางร่วมกับขบวนรถไฟเป็นแนวขนาน เพื่อคอยควบคุมสั่งการ ลดการเกิดอุบัติเหตุในบริเวณจุดตัดทางข้ามรางรถไฟ, มีระบบช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยตัวหุ่นยนต์สามารถยืดได้เพื่อใช้เป็นพาหนะนำส่งผู้ป่วยไปรักษาตัวได้อย่างปลอดภัย, มีระบบส่งสัญญาณเตือนสิ่งมีชีวิตให้ออกนอกบริเวณสถานีรถไฟก่อนรถไฟจะไปถึง และยังมีระบบบูรณาการป้องกันดูแลรางรถไฟ เป็นต้น

ขณะที่รุ่นอายุ 18-22 ปี รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม “ตกหลุมราง” 4 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายธมกร โพธิจันท์, นายอัครชัย มหาเปารยะ, นายณารา อินทรโสธรฉันท์ และ น.ส.ธฤตวันปิ่นแก้ว นำเสนอไอเดียจับ painpoint มาสร้างโอกาส

3 หนุ่ม 1 สาว เล่าที่มาของไอเดียว่า หลังผ่านการคัดเลือกเป็น 10 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบ มีโอกาสได้ศึกษาดูงาน ลงพื้นที่จริงเก็บข้อมูลของสถานที่ต่างๆ ตามแนวรางรถไฟ ได้เห็นภาพและเข้าใจเรื่องระบบรางมากขึ้น จึงนำมาต่อยอดไอเดียที่เริ่มจากโจทย์เรื่องภาพลักษณ์รถไฟไทยในสายตาคนรุ่นใหม่ที่ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยทันสมัย ไม่ค่อยปลอดภัย

“ไอเดียของพวกเราคือเห็นถึงปัญหาและโอกาส เห็นแนวทางพัฒนาภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยเข้ากับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น”

ไอเดียแรกคือการนำรถไฟที่ใช้งานอยู่แล้วมาปรับแต่ง เปิดพื้นที่ให้เป็นตลาดสินค้าท้องถิ่นในจังหวัดต่างๆ ที่รถไฟเที่ยวนั้นๆ วิ่งผ่านมาเปิดตลาดในกรุงเทพฯขายตรงกับผู้ซื้อเพื่อให้ได้ราคาซื้อขายยุติธรรมทั้ง
ผู้ซื้อและผู้ขายเพราะไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

อีกไอเดียหลังปรับปรุงรถไฟ สามาถใช้ในเชิงธุรกิจหรือเชิงท่องเที่ยวได้ ในแนวคิด “ตลาดรถไฟเคลื่อนที่” ที่ได้มาจากการเก็บข้อมูลในระหว่างลงพื้นที่ต่างๆ ผสมผสานกับเทรนด์การเดินตลาดที่กำลังเป็นที่นิยม ภาพลักษณ์ใหม่ของรถไฟที่ทันสมัย มีตลาดบนขบวน การปรับปรุงร้านค้าริมทางรถไฟ ทั้งเดินเที่ยวและรับประทานอาหารที่มีจุดถ่ายรูปสวยๆ แปลกตา จะเป็นจุดขายทั้งเชิงธุรกิจและท่องเที่ยวได้ ตอบโจทย์เรื่องการพัฒนาและสร้างรายได้ให้ชุมชน และยังเพิ่มจุดขายใหม่ด้านการท่องเที่ยว ไม่เพียงคนไทยเที่ยวไทย แต่ในอนาคตอาจดึงดูดนักท่องเที่ยวในเอเชียมาเที่ยวไทย หากสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศต่างๆที่มีเครือข่ายรถไฟเชื่อมถึงกัน เช่น มาเลเซีย จีน

ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการ สทร. กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรมระบบราง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรีบดำเนินการ โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มเยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังหลักของอุตสาหกรรมนี้ในอนาคต หวังว่ากิจกรรมนำร่องครั้งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของระบบราง และมองเห็นโอกาสด้านอาชีพในอุตสาหกรรมใหม่นี้

แนวคิดนี้ไม่เสียเปล่า เพราะหลังจบโครงการ ปอนและเนมจากทีม BEN 2 บอกด้วยดวงตามุ่งมั่นว่า ไอเดียที่คิดมาจะสามารถพัฒนาต่อยอดให้ประเทศไทยขึ้นตลาดโลก จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระบบรางที่ดีที่สุด จึงมีแผนจะเข้าศึกษาต่อสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สาขาวิศวกรรมขนส่งทางราง
ถึงโครงการจะจบลงแล้ว แต่ “คิดใหญ่ไปให้สุดราง” กำลังนับหนึ่ง เพาะพันธุ์ต้นกล้าคุณภาพที่รอวันเติบโตเข้ามาพัฒนาระบบรางไทย