นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 不做亏心事,不怕鬼敲门/不做虧心事,不怕鬼敲門 bú zuò kuīxīn shì,búpà ɡuǐ qiāomén (ปู๋ จั้ว คุยซิน ฉื้อ, ปู๋ พ่า กุ่ย เชียว เหมิน) โดย คำว่า
不bù (ปู้) แปลว่า ไม่ ในที่นี้ถอดเสียงตามกฎเกณฑ์การออกเสียง อ่านว่า bú (ปู๋)
做zuò (จั้ว) แปลว่า ทำ
亏心/虧心 kuīxīn (คุยซิน) แปลว่า ผิดต่อความรู้สึกของตัวเองหรือผิดคุณธรรม
事shì(ฉื้อ) แปลว่า ธุระ การงาน
怕pà (พ่า) แปลว่า กลัว
鬼 ɡuǐ (กุ่ย) แปลว่า ผี
敲qiāo (เชียว) แปลว่า เคาะ
门/門 mén (เหมิน) แปลว่า ประตู
不做亏心事,不怕鬼敲门/不做虧心事,不怕鬼敲門 หมายถึง ไม่ทำเรื่องผิดคุณธรรม ก็ไม่กลัวผีเคาะประตู เป็นสำนวนสุภาษิตจากนิทานภูตผีปีศาจในคัมภีร์เหลียวจาย《聊斋故事》Liáozhāi ɡùshì (เหลียวจาย กู้ฉื้อ) คัมภีร์เหลียวจายจะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูตผีปีศาจมากมาย จึงมีเรื่องเกี่ยวกับสำนวนนี้รวมอยู่ด้วย สำนวนเดิมกล่าวไว้ดังนี้ 为人没做亏心事,半夜也怕鬼敲门 /為人沒做虧心事,半夜也怕鬼敲門 wéirén méi zuò kuīxīn shì, bànyè yě pà ɡuǐ qiāo mén (เหวยเหริน เหมยจั้ว คุยซิน ฉื้อ, ป้านเย่ เหย่ ปู๋ผ้า กุ่ย เชียว เหมิน) แม้ไม่เคยทำผิดศีลธรรมจริยธรรม แต่กลางดึกก็ยังคงกลัวผีเคาะประตูอยู่ดี ต่อมาภายหลังจึงมีการลดคำลงไป จนเหลือแค่สำนวนตามชื่อเรื่องนั่นเอง มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
มีเรื่องเล่าว่า มีบัณฑิตหนุ่มคนหนึ่ง เป็นคนดี มีความขยันร่ำเรียนวิชาและทำมาหากินอย่างสุจริต แต่โชคก็ไม่เคยเข้าข้างเขาเลย ทำให้เขาสอบเคอจวี่ 科举考试/科舉考試 Kējǔ kǎoshì เคอจวี่ ข่าวฉื้อ (สอบจอหงวน) ไม่ได้สักที
ต่อมาบิดา มารดาและภรรยาก็ค่อย ๆ ตายจากไปทีละคน จนเหลือเขากับลูกชายตัวน้อยหนึ่งคน ชีวิตของเขายากลำบากยิ่งนัก แม้จะยากลำบากเพียงใด เขาก็ไม่เคยทำเรื่องผิดกฎหมายผิดศีลธรรมเลย จนเมื่อลูกชายเขาเติบโตขึ้นถึงคราวต้องแต่งงาน เขาก็กลุ้มใจยิ่งนักที่ไม่มีเงินทองไปหมั้นหมายเจ้าสาวให้กับลูกชายได้ ความทุกข์ใจนี้ทำให้เขาแก่ตัวลงอย่างรวดเร็วจนผมเผ้าเริ่มหงอก
ต่อมาเขาได้ไปขอยืมเงินเพื่อนที่เคยร่วมเรียนด้วยกันมาคนหนึ่ง ซึ่งสอบได้ตำแหน่งแล้วและมีฐานะดี เพื่อนต้อนรับเลี้ยงดูเขาอย่างดี ระหว่างกินดื่มกันอย่างเต็มที่ เขาจึงเอ่ยปากขอยืมเงิน เพื่อนก็อิดออดไม่ยอมให้ยืม เขาผิดหวังยิ่งนักจึงลากลับบ้าน แม้จะดึกดื่นเพียงใดก็ไม่ยอมพักค้างบ้านเพื่อน เขาเดินโชซัดโซเซสะดุดล้มลงที่ข้างหลุมศพไร้ญาติแห่งหนึ่ง เมื่อเขาตั้งตัวได้ ก็เห็นว่าหลุมศพนี้มีโพรงใหญ่หนึ่งโพรงปรากฏอยู่ เขาพิศวงยิ่งนัก จึงเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ทันใดนั้นก็มีสิ่งหนึ่งสีดำทะมึนพุ่งสวนทางออกมาจากในหลุม ทำให้เขาตกใจหกล้มก้นจ้ำเบ้าไป
เมื่อตั้งสติได้ เขาก็ชำเลืองไปเห็นบางสิ่งเข้า เขาจึงเดินไปปาก โพรงนั้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วก็พบว่ามีกล่องโลหะอันหนึ่งตกอยู่ เขาจึงหยิบมันขึ้นมา มองซ้ายแลขวา ไม่เห็นมีผู้ใด เขาจึงคิดว่าไม่น่าจะมีใครเป็นเจ้าของกล่องนี้แน่ เขาจึงรีบเอากล่องใบนั้นกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านเขารีบจัดการเปิดมันออกมา ภายในกล่องมีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ นอกจากนี้แล้วไม่มีสิ่งใดเลย เขาจึงเปิดหนังสือพบว่ามันคือเคล็ดลับการผสมสีหมึกและเคล็ดลับการวาดรูป แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเก่งในเรื่องวาดเขียนมากนัก แต่เพราะเป็นผู้รักการเรียน เมื่อได้หนังสือมา เขาก็ทำตามหนังสือบทแรก ด้วยการผสมสีตามสูตรและวาดภาพตามตัวอย่าง ภาพแรกที่เขาวาดได้นั้นเป็นภาพควายลงแช่ปลัก ซึ่งตลอดเวลาที่วาดภาพนี้ฝนก็ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ที่มาภาพ https://www.sohu.com/a/476627820_121166742
เมื่อวาดภาพเสร็จและปล่อยให้แห้งสนิทดีแล้วก็เป็นวันที่ฟ้าโปร่งใส ภาพควายที่วาดไว้ก็จางหายไปสิ้น เขาแปลกใจยิ่ง แต่ก็ไม่ย่อท้อยังคงทำตามสูตรในหนังสือนั้นต่อไป เขาวาดภาพควายกินหญ้าในวันท้องฟ้าโปร่งใสทับลงรูปเดิม เมื่อวาดภาพเสร็จและปล่อยให้สีแห้งดีแล้ว เขาจึงเอาภาพแขวนไว้ที่ผนังบ้าน แล้วฝนก็ตกหนักขึ้นมาอีก ภาพควายกินหญ้าในวันท้องฟ้าโปร่งใสก็ค่อย ๆ จางหายไป ปรากฏเป็นภาพนอนแช่ปลักอยู่ เขาดีใจยิ่งนักที่ได้ภาพวิเศษเช่นนี้ เขาจึงนึกถึงเพื่อนบัณฑิตคนนั้น ลงมือม้วนรูปเก็บ แล้วเอาไปให้เพื่อนดู เมื่อเพื่อนเห็น คราวแรกก็ไม่สนใจอะไรมากนัก ระหว่างที่ดื่มเหล้ากินกับแกล้มไป ฝนก็ตกหนักขึ้นมา รูปก็เปลี่ยนเป็นควายนอนแช่ปลักอีก เพื่อนชอบใจยิ่งนัก จึงขอซื้อรูปภาพจากเขาทันทีหนึ่งร้อยตำลึง ซึ่งมันมากมายเกินกว่าที่เขาตั้งใจแต่แรกมากมาย เมื่อเขาได้เงินมาแล้วก็จัดการงานแต่งให้ลูกชายได้สมใจ เพียงแต่ว่าต่อมาภายหลัง ทุก ๆ คืนจะมีเสียงคนเคาะประตูดังตลอด เมื่อเปิดประตูดูก็ไม่เคยเจอใครเลย เป็นเวลาติดต่อกันนานหลายวัน จนลูกสะใภ้กลัวและหนีกลับบ้านพ่อแม่
ลูกชายก็กลัวยิ่งนักจึงอ้างไปตามภรรยา แล้วก็หนีออกบ้านไปอีกคน ทำให้เขาต้องอยู่บ้านคนเดียว ตกดึกก็คงมีเสียงเคาะประตูดังอีก แสดงว่าตัวเขาต้องไปทำอะไรที่ไม่ดีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเป็นแน่แท้ เขาคิดแล้วคิดอีกก็ไม่รู้ว่าตนเองไปทำผิดอะไรตรงไหน ทันใดนั้นเองเขาก็นึกขึ้นได้เรื่องหลุมศพและกล่องหนังสือ เช้าวันรุ่งขึ้นเขาจึงนำสิ่งของทั้งหมดไปวางคืนที่โพรงหลุมศพนั้น พร้อมเซ่นไหว้ขอขมา เรื่องราวในบ้านจึงกลับมาสงบร่มเย็นอีกครั้งหนึ่ง
ต่อมาเพื่อนบัณฑิตมาเยี่ยมเขา และได้สอบถามถึงเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับผีเคาะประตู เขาก็เล่าความจริงที่เกิดขึ้นทุกประการให้เพื่อนฟัง รุ่งเช้าวันถัดไปหลังจากเพื่อนมาเยี่ยม ก็มีคนพบร่างเพื่อนบัณฑิตของเขาได้เสียชีวิตแล้วอยู่ในโพรงหลุมศพนั้นเอง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:做事正道直行,即使半夜有人敲门,也不会觉得害怕。
成語比喻:做事正道直行,即使半夜有人敲門,也不會覺得害怕。
Chénɡyǔ bǐyù:Zuòshì zhènɡdào zhíxínɡ,jíshǐ bànyè yǒurén qiāo mén,yě bù huìjuédé hàipà.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: จั้วฉื้อ เจิ้งต้าว จื่อสิง, จี๋ฉื่อ ป้านเย่ โหย่วเหริน เชียว เหมิน, เหย่ ปู้ หุ้ย เจว๋เตอะ ไห้พ่า
สุภาษิตเปรียบว่า: กระทำในสิ่งที่เที่ยงตรงถูกต้อง แม้มีคนมาเคาะประตูในยามวิกาลก็ไม่รู้สึกหวาดกลัว
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
当领导人要坚持正义,诚实守信,不做亏心事,不怕鬼敲门,这样才能得到尊敬。
當領導人要堅持正義,誠實守信,不做虧心事,不怕鬼敲門,這樣才能得到尊敬。
Dānɡ lǐnɡdǎo rén yào jiānchí zhènɡyì,chénɡshí shǒuxìn,bú zuò kuīxīn shì,búpà ɡuǐ qiāomén,zhèyànɡ cáinénɡ dédào zūnjìnɡ.
ตัง หลิงต่าว เหริน เหย้า เจียนฉือ เจิ้งอี้, เฉิงฉือ โฉ่วซิ่น, ปู๋ จั้ว คุยซิน ฉื้อ, ปู๋พ่า กุ่ย เชียวเหมิน, เจ้อะย่าง ไฉเหนิง เต๋อต้าว จุนจิ้ง
ผู้นำต้องยึดมั่นในความยุติธรรม ความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือ ไม่ทำอะไรที่ทำให้ตัวเองรู้สึกผิด จึงไม่ต้องกลัวผีมาเคาะประตู เช่นนี้แล้วจึงจะได้รับการเคารพ

