เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้จัดสรรงบประมาณงบฯลงทุนครุภัณฑ์การศึกษา รายการครุภัณฑ์ประเภทวิชาชีพพาณิชยกรรม ประจำปีงบประมาณ 2560 นั้น การจัดสรรงบประมาณนี้เป็นการจัดสรรตามแผนงานยุทธศาสตร์ยกระดับคุณภาพทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา กิจกรรมการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ สำหรับโรงเรียนที่ทำบันทึกความร่วมมือจัดการศึกษาสายอาชีพประเภทวิชาชีพพณิชยกรรมกับสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) โรงเรียนละ 600,200 บาท โดยใช้รายการครุภัณฑ์และคุณลักษณะเฉพาะแบบเลือกซื้อภายใต้กรอบวงเงินดังกล่าว ซึ่งเน้นให้มีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและโปร่งใส ทั้งนี้ให้มีการประสานกับสถานศึกษาในสังกัด สอศ.ที่จัดเรียนร่วมด้วยเพื่อให้ครุภัณฑ์ตรงกับความต้องการและสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนตามโครงการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย(ทวิศึกษา) ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพประเภทวิชาชีพพาณิชยกรรม
“ขณะนี้ทราบว่ามีคนแอบอ้างชื่อผมไปประสานกับโรงเรียน แต่ขอย้ำว่าผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว และขอให้โรงเรียนดำเนินการตามระเบียบให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งผมได้มีหนังสือย้ำไปที่เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่งแล้ว และหากยังพบว่ามีการแอบอ้างชื่อผมอีกผมจะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายและตั้งกรรมการสอบวินัย”นายการุณกล่าว
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการส่อทุจริตจัดซื้ออุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน จากงบประมาณเหลือจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2559ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) มหาสารคาม เขต 3 ที่มีพัสดุบรรจุสื่อการเรียนการสอนส่งถึงโรงเรียนทั้งๆที่โรงเรียนไม่ได้มีการจัดซื้อ เป็นเหตุให้ผู้อำนวยการโรงเรียนถึง 13 แห่งไม่ยอมเซ็นรับและไปแจ้งความนั้น ขณะนี้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้สรุปผลการสืบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พบว่ามีมูลตามที่มีการร้องเรียนจริง ดังนั้นตนจึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัยผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะลงโทษใครบ้างและขั้นไหนนั้นขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนและดุลยพินิจของคณะกรรมการ เพราะตามระเบียบแล้วทางเขตพื้นที่ฯต้องโอนเงินงบประมาณให้ทางโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อเอง และในกรณีนี้ยังมีการนำเงินใส่ซองมอบให้กับ ผู้อำนวยโรงเรียนอีกด้วย ซึ่งตนยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไป ตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือคนผิดอย่างแน่นอน
ด้านพล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการศธ. ในฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ปัญหาทุจริตในศธ. กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สพฐ.ว่าเรื่องนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับ ผอ.สพป.มหาสารคาม เขต 3 แล้ว ส่วนกรณีของ สพป.มหาสารคาม เขต 2 ที่พบการเสนอรายชื่อโรงเรียนไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ของ สพฐ.ที่ให้เสนอรายชื่อโรงเรียนไม่เกินร้อยละ 20 ของโรงเรียนในพื้นที่ ในขณะที่ สพป.มหาสารคาม เขต 2 ได้รับการจัดสรรงบฯถึง 107 โรงเรียนนั้น เรื่องนี้กำลังมีการตรวจสอบข้อมูลอยู่ ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามีความผิดปกติแน่นอน ส่วนจะมีการขยายผลไปยังเขตพื้นที่อื่นหรือไม่นั้น ขอให้ตรวจสอบและเอาผิดในเขตพื้นที่มหาสารคามให้เสร็จสิ้นก่อน จากนั้นจะขยายผลเรื่องนี้ไปยังเขตพื้นที่อื่นๆต่อไป ทั้งนี้ตนขอย้ำคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยว่าอย่าทำงานแบบถ่วงเวลาต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ที่สำคัญการสอบสวนต้องเชื่อมโยงมายังส่วนกลาง คือ สพฐ.ด้วยว่ามีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้หรือไม่

