ความคืบหน้ากรณีนายรัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์ และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) ทำหนังสือถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา และการกีฬาสนช. และผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจาณาทบทวนการเสนอรายชื่อเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีจากผู้เกษียณอายุราชการ หลังจากที่มีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งอยู่ระหว่างการสรรหาอธิการบดี โดยสภามหาวิทยาลัยบางแห่ง มีมติเสนอรายชื่อผู้เกษียณ เพื่อโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งอธิการบดี อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เชียงใหม่, มรภ.อุตรดิตถ์, มรภ.ร้อยเอ็ด, มรภ.สงขลา, มรภ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น จนล่าสุดผู้สมัครอธิการบดี มรภ.บุรีรัมย์ ฟ้องร้องสภามหาวิทยาลัย ต่อศาลปกครองนครราชสีมา และได้มีคำพิพากษาให้ทุเลาการบังคับมติที่ประชุมสภาวาระพิจารณาเลือกอธิการบดี ระบุว่าการแต่งตั้งผู้เกษียณ ขัดกับ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีต้องเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น โดย ทปสท.เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ทำหนังสือชะลอการแต่งตั้งจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่ง และล่าสุดนายรัฐกรณ์ระบุว่านายกรัฐมนตรีปัดจะใช้มาตรา 44 ในการแก้ปัญหาดังกล่าวหลังมีการเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เปิดเผยว่ายืนยันไม่มีการเสนอให้นายกฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แน่นอน เพราะยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่กฎหมายปกติไม่สามารถแก้ได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นจากศาลปกครองชั้นต้น ตัดสินกรณีของ มรภ.บุรีรัมย์ จึงมีการเรียกร้องให้ทำตามศาลปกครองชั้นต้นในกรณีอื่นๆ ด้วย ซึ่งศาลปกครองชั้นต้นก็ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดเด็ดขาด และ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งก็ไม่เหมือนกัน ถ้าจะให้ใช้แนวเดียวกันหมดก็ไม่ใช่กฎหมาย และยังไม่ถึงจุดที่ต้องใช้เพราะ ม.44 จะใช้เมื่อเกิดภาวะวิกฤต และไม่สามารถจะแก้ปัญหาทางอื่นๆ
@ ‘ธีระเกียรติ’ฉุนลงข่าวบีบบังคับ
“เท่าที่ทราบมีคนวิ่งเข้าไปหานายกฯ เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหา แต่ไม่มีการเสนอให้ใช้ ม.44 ผ่านมายังผม และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือมีการเสนอให้ในที่ประชุม ครม.ให้ใช้ ม.44 แน่นอน มีเพียงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รายงานให้ที่ประชุมทราบว่า มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น และนายวิษณุก็ได้แนะนำให้รอคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดก่อน อย่างที่ผมเคยชี้แจงไปแล้ว แต่ที่เกิดปัญหาเพราะ มีการเคลื่อนไหว ซึ่งไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลใด และไม่ได้ปรึกษาเราแต่ไปลงข่าวบีบบังคับผม และนายกฯ หรือรองนายกฯ ว่าต้องทำอย่างนี้ ทำอย่างนั้น และกรณีของ มรภ.บุรีรัมย์ ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดต้องรอคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดก่อน” นพ.ธีระเกียรติกล่าว
@ ชี้แต่งตั้งยึดกม.แต่ละมหา’ลัย
นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยที่ส่งรายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดี ให้ สกอ.เสนอขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วนั้นต้องพิจารณา ตรวจสอบคุณสมบัติไปตามขั้นตอนปกติ หากจะมีการชะลอก็คงด้วยเหตุผลอื่น ไม่ใช่กรณีผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้ง เกษียณอายุราชการ ประเด็นนี้เป็นเรื่องความเข้าใจในข้อกฎหมายที่ไม่ตรงกัน และการไปอ้างคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นที่สั่งคุ้มครองชั่วคราวกรณี มรภ.บุรีรมย์ ทั้งนี้การแต่งตั้งอธิการบดียึดการตามกฎหมายของแต่ละแห่ง ไม่ใช่ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และในมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.ก.พ.อ. ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า การแต่งตั้งอธิการบดี ให้เป็นไปตามกฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัย รวมทั้ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 36 ที่บัญญัติว่า การบริหารจัดการมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดตั้งมหาวิทยาลัย
“การแต่งตั้งอธิการฯ เป็นไปตามกฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัยแต่ละที่ จะกำหนดคุณสมบัติไว้ โดยหลักการคือ มีคุณวุฒิ และประสบการณ์ และไม่ได้บอกว่า จะต้องเป็นข้าราชการ เนื่องจากตำแหน่งอธิการบดีใน พ.ร.บ.ก.พ.อ. เป็นตำแหน่งที่ไม่มีอัตราเงินเดือน เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ ไม่ได้เป็นข้าราชการ เข้ามารับตำแหน่งได้ และกรมบัญชีกลาง ก็กำหนดอัตราค่าตอบแทนให้คนที่ไม่ได้เป็นข้าราชการเพื่อรองรับ ส่วนอธิการบดี ถือเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัย แต่ตำแหน่งพนักงานนี้ ไม่ได้แต่งตั้งตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย เป็นตำแหน่งที่แต่งตั้งตาม พ.ร.บ.
มหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ซึ่งข้อบังคับจะมีอำนาจเหนือกว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยไม่ได้ ดังนั้น การที่มหาวิทยาลัยไปออกข้อบังคับเกี่ยวกับพนักงานแล้วมาขัดกับ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยจึงไม่สามารถทำไม่ได้เช่นกัน” รองเลขาธิการ กกอ. กล่าว
@ อธิการฯ’สจล.’หนุนตั้งคนเกษียณ
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ทปอ.คงไม่หารือประเด็นนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่มีปัญหา เราให้เกียรติวิจารณญาณของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง เนื่องจากการแต่งตั้งอธิการบดีขึ้นอยู่กับข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ว่าจะมีการกำหนดคุณสมบัติ และกระบวนการสรรหาอย่างไร ส่วนตัวเห็นว่า คนที่เกษียณอายุราชการ หรืออายุ 60 ปีไปแล้วหลายคนก็ยังดูหนุ่ม แข็งแรง และมีศักยภาพ สามารถทำงานได้ ซึ่งไม่ใช่แค่อธิการบดีเท่านั้น แม้แต่พนักงานมหาวิทยาลัย หรืออาจารย์ หากมีความสามารรถควรขยายเวลาทำงานให้ ไม่ควรไปจำกัด
นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกสนช. อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า ไม่ควรไปมองว่า คนอายุ 60 ปี หรือเกษียณอายุราชการแล้ว ไม่ควรได้รับแต่ตั้งเป็นอธิการบดี อยากให้มองที่ศักยภาพในการทำงานมากกว่าเพราะคนที่อายุน้อยมากคน ก็ไม่ไม่ได้มีศักยภาพมากพอ
@ มรภ.อุตรดิตถ์ไร้ปัญหาฟ้องร้อง
นายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดี มรภ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า มรภ.อุตรดิตถ์ ไม่มีปัญหาการฟ้องร้องศาลปกครองสูงสุด ในส่วนของตนมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังตนครบวาระเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ได้มีการสรรหาอธิการฯคนใหม่ แม้จะมีการแข่งขันกันภายในแต่ไม่มีปัญหาจนนำไปสู่การฟ้องร้องเหมือน มรภ.อื่นๆ ที่เกิดขึ้นแม้ปัจจุบันตนจะอายุ 67 ปีแล้ว “ที่ผ่านมาการสรรหาตำแหน่งอธิการของ มรภ.อุตรดิตถ์ ไม่มีการขัดแย้งกัน ไม่มีกลุ่มเมืองเข้ามาก้าวก่าย เพราะอยู่กันแบบสงบ บุคลากรกว่า 900 คนมีความมุ่งมั่นกันเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทุกด้าน การมีเอกภาพในการบริหารงานภายใน เคยอยู่ในตำแหน่งนี้เป็นสมัยที่ 2 แล้ว ก่อนหน้านี้เว้นวรรคได้ไปเป็นอธิการบดี มรภ.เชียงใหม่” นายเรืองเดชกล่าว
นางมาลิณี จุโฑปะมา อธิการบดี มรภ.บุรีรัมย์ กล่าวถึงกรณีมีการร้องศาลปกครองคัดค้านการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของตน ว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ทางผู้บริหาร คณาจารย์ พนักงานเจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ได้จัดพิธีการประกาศเจตจำนงแห่งความสุจริตการประเมินผลคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐในการบริหารงานของผู้บริหาร มรภ.บุรีรัมย์ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ ทั้งหมดได้ร่วมกันยืนยันว่า ณ วันนี้คณะผู้บริหาร คณาจารย์ พนักงานเจ้าหน้าที่ นักศึกษาจะเดินหน้าไปด้วยกันอย่างสง่างาม

