สพฐ. ปล่อยคาราวานเฝ้าระวังวันวาเลนไทน์ เน้นรักอย่างกัลยาณมิตร-ป้องกันท้องไม่พร้อม
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่โรงเรียนมัธยมวัดมกุฎกษัตริย์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดกิจกรรมปล่อยแถวการเฝ้าระวังเหตุและสร้างความปลอดภัยในช่วงเทศกาล วันวาเลนไทน์ ประจำปี 2568 โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน พร้อมด้วยนายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และหน่วยงานภาคีเครือข่ายเด็กและเยาวชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล เข้าร่วม
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวสพฐ.ได้ดำเนินงานตามนโยบายเรียนดีมีความสุขของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. ซึ่งการทำให้เกิดความสุขของผู้เรียนได้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันเฝ้าระวังความปลอดภัยให้แก่นักเรียน โดยกิจกรรมเฝ้าระวังความปลอดภัยเนื่องในวันวาเลนไทน์นี้ จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ภายใต้รูปแบบการจัดงาน “รักกันอย่างกัลยาณมิตร ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสพฐ.ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับดูแลสวัสดิภาพเด็กและสตรี ช่วยกันดูแลเฝ้าระวังจุดพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ที่เด็กอาจเข้าไปมั่วสุม เช่น ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ เป็นต้น โดยในส่วนของสถานศึกษาฝากครูดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งปลูกฝังความคิดเรื่องการรักตัวเองและเห็นคุณค่าในตัวเองให้แก่นักเรียนได้ซึมซับ เพื่อเป็นการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
“เรื่องการท้องไม่พร้อมในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงการเพิ่มอัตราพ่อแม่วัยใสมากขึ้น ผมคิดว่าสิ่งที่เราจะต้องดำเนินการมากที่สุด คือการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษา โดยเฉพาะครูจะต้องเป็นที่พึ่งที่ดีให้แก่นักเรียนต้องทำให้เด็กไม่รู้จักอายที่จะกล้าพูดเรื่องเพศศึกษา และสอนถึงเรื่องการมีความรักว่ารักแบบไหนถึงจะเป็นรักที่ดี และนำพากันไปสู่สิ่งๆดีในอนาคตที่เหมาะสม ส่วนประเด็นการติดตั้งตู้ถุงยางในสถานศึกษาแม้หลายฝ่ายจะมีข้อถกเถียงเรื่องการส่งเสริมให้เด็กมีเพศสัมพันธ์มากขึ้นนั้น ผมมองว่าเป็นที่สิ่งเราจะต้องให้ความรู้แก่นักเรียน เพราะเรื่องแบบนี้หากสถานศึกษาใดพร้อมในด้านการให้ความรู้เรื่องเพศ และการติดตามพฤติกรรมนักเรียนอย่างเข้มข้น หรือการติดตั้งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องการเรียนการสอนเพศศึกษาก็สามารถทำได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้เด็กเกิดความตระหนักรู้ และต้องทำให้เด็กรู้ว่าเรื่องนี้คือเรื่องมาตรฐานและไม่อายที่จะเราจะต้องหาวิธีป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ท้องไม่พร้อมในเด็กนักเรียน” นายสิริพงศ์ กล่าว

