กมธ.อุดมฯ ชงผลิตครูระบบปิด สพฐ.ชูปั๊ม 3 รูปแบบ อธิการฯ มรภ.โคราช แนะถกสภาวิชาชีพ สกัดมหา’ลัยแตกแยก
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า กรณีนายกมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา (กมธ.) การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา หารือร่วมกับคณบดีคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร หาแนวทางการยกระดับคุณภาพครู และปรับปรุงระบบการผลิตครูของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม โดยมีข้อเสนอปรับระบบการผลิตครูใหม่ เป็นการผลิตระบบปิด ซึ่งจะต้องกำหนดสัดส่วนการผลิตระหว่างระบบปิด และระบบเปิดที่ชัดเจน รวมถึง ปรับการเรียนการสอนเพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้น ส่วนตัวเห็นด้วย โดยเฉพาะการกำหนดสัดส่วนการผลิตครู ซึ่งควรจะความชัดเจน
ว่าที่ ร.ต.ธนุกล่าวอีกว่า โดยแบ่งรูปแบบการผลิตเป็น 3 ส่วน คือ การผลิตครูระบบปิด การผลิตครูระบบเปิด และการเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในระบบการศึกษา สามารถเป็นครูได้ เช่น กลุ่มลูกจ้าง สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ทำงานครบ 3 ปี และสามารถสอบบรรจุตาม ว16/2557 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
“สพฐ.ในฐานะหน่วยงานผู้ใช้ มองว่าหากแบ่งสัดส่วนการผลิตครูที่ชัดเจน จะทำให้การดำเนินการเป็นระบบ และมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ไทยมีมหาวิทยาลัยซึ่งทำหน้าที่ผลิตครูอยู่หลายแห่ง และมีนักศึกษาที่พร้อมสอบบรรจุจำนวนมาก ฉะนั้น การกำหนดสัดส่วน การผลิตต้องดูจากฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม” ว่าที่ ร.ต.ธนุกล่าว
รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า การจะยกระดับคุณภาพการศึกษา ไม่ควรมองแค่มิติเดียวโดยเฉพาะการผลิตครู ซึ่งต้องมีความครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่มิติการผลิตไปจนถึงพัฒนา รวมถึง ระบบการใช้ครูของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายคือเรื่องของระบบบริหารจัดการภายในโรงเรียน
รศ.ดร.อดิศรกล่าวต่อว่า อยากให้ลองเชื่อมโยงมิติของการผลิต และพัฒนาครูให้ไปถึงบทบาทหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพราะการทำงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาในขณะนี้ ถือว่ามีเจตนาดี แต่ยังไม่ตรงตามบริบท เช่น เรื่องของผู้ที่ทำหน้าที่ผลิตครู หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย มีการออกประกาศเกณฑ์มาตรฐานอาจารย์ที่ทำหน้าที่สอนในหลักสูตรการผลิต และพัฒนาครู จะต้องมีวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเป็นครู ซึ่งอาจารย์บางคนทำหน้าที่มา 30-40 ปี แต่เกณฑ์ใหม่นี้ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่สอนครูได้
“อยากให้ไปเชิญสภาวิชาชีพเข้ามาร่วมพูดคุย กระบวนการผลิตและพัฒนา ไม่ใช่เพียงแค่หวังจะกำหนดจำนวนครูระบบปิดให้มหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งเป็นการสร้างความแตกแยก และอาจจะเกิดปัญหาบานปลายตามมาในภายหลัง การเสนอสิ่งเหล่านี้เพื่อพัฒนาการศึกษา เป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องเสนอให้ครบทุกมิติ และอย่าเอาฐานคิดของตนเองเป็นหลัก ควรจะต้องดูบริบทภาพรวมให้ครบ และครอบคลุม” รศ.ดร.อดิศรกล่าว
รศ.ดร.อดิศรกล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าการกำหนดสัดส่วนการผลิตครูในระบบปิดและเปิดเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ในตอนนี้ หากเพิ่มสัดส่วนการผลิตครูในระบบปิด ก็จะต้องหาทางรับผิดชอบครูที่อยู่ในระบบเปิดด้วย การผลิตในระบบปิดเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรจะเพิ่มสัดส่วนจนทับพื้นที่ของระบบเปิดเกินไป ควรจะปล่อยให้มีการแข่งขันกันอย่างอิสระ ซึ่งจะทำให้ได้คนที่มีความสามารถเข้ามาทำงานอย่างแท้จริง

