กมธ.อุดมฯ ชงผลิตครูระบบปิด อธิการ มรภ.โคราช แนะถกสภาวิชาชีพ สกัดมหา’ลัยแตกแยก

16.02.25 | 19:26 น.

กมธ.อุดมฯ ชงผลิตครูระบบปิด สพฐ.ชูปั๊ม 3 รูปแบบ อธิการฯ มรภ.โคราช แนะถกสภาวิชาชีพ สกัดมหา’ลัยแตกแยก

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า กรณีนายกมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา (กมธ.) การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา หารือร่วมกับคณบดีคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร หาแนวทางการยกระดับคุณภาพครู และปรับปรุงระบบการผลิตครูของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม โดยมีข้อเสนอปรับระบบการผลิตครูใหม่ เป็นการผลิตระบบปิด ซึ่งจะต้องกำหนดสัดส่วนการผลิตระหว่างระบบปิด และระบบเปิดที่ชัดเจน รวมถึง ปรับการเรียนการสอนเพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้น ส่วนตัวเห็นด้วย โดยเฉพาะการกำหนดสัดส่วนการผลิตครู ซึ่งควรจะความชัดเจน

ว่าที่ ร.ต.ธนุกล่าวอีกว่า โดยแบ่งรูปแบบการผลิตเป็น 3 ส่วน คือ การผลิตครูระบบปิด การผลิตครูระบบเปิด และการเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในระบบการศึกษา สามารถเป็นครูได้ เช่น กลุ่มลูกจ้าง สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ทำงานครบ 3 ปี และสามารถสอบบรรจุตาม ว16/2557 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

“สพฐ.ในฐานะหน่วยงานผู้ใช้ มองว่าหากแบ่งสัดส่วนการผลิตครูที่ชัดเจน จะทำให้การดำเนินการเป็นระบบ และมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ไทยมีมหาวิทยาลัยซึ่งทำหน้าที่ผลิตครูอยู่หลายแห่ง และมีนักศึกษาที่พร้อมสอบบรรจุจำนวนมาก ฉะนั้น การกำหนดสัดส่วน การผลิตต้องดูจากฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม” ว่าที่ ร.ต.ธนุกล่าว

รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า การจะยกระดับคุณภาพการศึกษา ไม่ควรมองแค่มิติเดียวโดยเฉพาะการผลิตครู ซึ่งต้องมีความครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่มิติการผลิตไปจนถึงพัฒนา รวมถึง ระบบการใช้ครูของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายคือเรื่องของระบบบริหารจัดการภายในโรงเรียน

Advertisement

รศ.ดร.อดิศรกล่าวต่อว่า อยากให้ลองเชื่อมโยงมิติของการผลิต และพัฒนาครูให้ไปถึงบทบาทหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพราะการทำงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาในขณะนี้ ถือว่ามีเจตนาดี แต่ยังไม่ตรงตามบริบท เช่น เรื่องของผู้ที่ทำหน้าที่ผลิตครู หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย มีการออกประกาศเกณฑ์มาตรฐานอาจารย์ที่ทำหน้าที่สอนในหลักสูตรการผลิต และพัฒนาครู จะต้องมีวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเป็นครู ซึ่งอาจารย์บางคนทำหน้าที่มา 30-40 ปี แต่เกณฑ์ใหม่นี้ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่สอนครูได้

“อยากให้ไปเชิญสภาวิชาชีพเข้ามาร่วมพูดคุย กระบวนการผลิตและพัฒนา ไม่ใช่เพียงแค่หวังจะกำหนดจำนวนครูระบบปิดให้มหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งเป็นการสร้างความแตกแยก และอาจจะเกิดปัญหาบานปลายตามมาในภายหลัง การเสนอสิ่งเหล่านี้เพื่อพัฒนาการศึกษา เป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องเสนอให้ครบทุกมิติ และอย่าเอาฐานคิดของตนเองเป็นหลัก ควรจะต้องดูบริบทภาพรวมให้ครบ และครอบคลุม” รศ.ดร.อดิศรกล่าว

รศ.ดร.อดิศรกล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าการกำหนดสัดส่วนการผลิตครูในระบบปิดและเปิดเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ในตอนนี้ หากเพิ่มสัดส่วนการผลิตครูในระบบปิด ก็จะต้องหาทางรับผิดชอบครูที่อยู่ในระบบเปิดด้วย การผลิตในระบบปิดเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรจะเพิ่มสัดส่วนจนทับพื้นที่ของระบบเปิดเกินไป ควรจะปล่อยให้มีการแข่งขันกันอย่างอิสระ ซึ่งจะทำให้ได้คนที่มีความสามารถเข้ามาทำงานอย่างแท้จริง