นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 狗屎运/狗屎運 ɡǒu shǐ yùn (โก๋ว ฉื่อ ยวิ่น)
狗 ɡǒu (โก่ว) แปลว่า สุนัข
屎shǐ (ฉื่อ) แปลว่า อุจาระ อึ
运/運yùn (ยวิ่น) แปลว่า โชค
เมื่อรวมกันแล้ว 狗屎运/狗屎運 แปลตรงตัวคือ โชคอึสุนัข ภาษิตคำนี้เป็นคำที่ย่อมาจากสำนวน 走狗屎运了/走狗屎運了zǒuɡǒu shǐ yùn le (โจ๋ว โก่ว ฉื่อ ยวิ่น เลอะ) โดยความหมายมิได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างไร ภาษิตคำนี้สามารถตีความหมายไปได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ แล้วแต่ว่าผู้พูดจะให้สื่อไปด้านไหน ด้านลบคือ โชคไม่ดี โชคร้าย ส่วนด้านบวกคือ โชคดี โชคที่ได้มาโดยบังเอิญ เช่นการถูกหวย ในบทความนี้จะนำเสนอผู้อ่านที่สื่อไปในด้านบวก มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
เทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญต่อคนจีนเป็นอย่างมาก จึงขอนำเสนอสุภาษิตที่เกี่ยวกับตรุษจีนมาเสนอครับ
เทศกาลตรุษจีนมีพิธีหรือวิถีปฏิบัติมากมาย มีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคของจีน แต่ไม่ว่าจะต่างกันเช่นไร มันก็มีแก่นที่เหมือนกันอยู่ คือพิธีปัดกวาดเช็ดถูและตกแต่งบ้านให้ใหม่และสวยงาม พร้อมกับการทำพิธีรับเจ้าหรือเทพหรือวิญญาณบรรพบุรุษเข้าบ้านในวันสุดท้ายของปี และการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ในวันแรกของปี
มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า มีครอบครัวชาวนาผู้ยากไร้ครอบครัวหนึ่ง ในครอบครัวมีกันสามคน คือพ่อ แม่ และลูกชาย ครอบครัวนี้ยากจนมาก จึงไม่อาจส่งลูกร่ำเรียนวิชาได้ จึงได้แต่ทำนาช่วยพ่อแม่ จนอายุย่างยี่สิบแล้ว ก็ไม่มีหญิงใดจะยอมแต่งงานด้วยเลย พ่อกับแม่จึงทุกข์ใจ เมื่อเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มาถึง พ่อจึงพูดขึ้นว่า ครอบครัวเรายากจนของเซ่นไหว้เทพโชคลาภทั้งหลายก็น้อย ทั้งยังแสนจะธรรมดา ดังนั้นเทพโชคลาภทั้งหลายจึงไม่ยอมเข้าบ้าน ทำให้พวกเรายากจนค้นแค้นมาตลอด ดังนั้นปีนี้พวกเราจงอย่าได้เชิญเทพโชคลาภเลย ไปเชิญเทพยาจกมาสถิตที่บ้านดีกว่า ดูสิว่าพวกเราจะยากจนไปถึงขึ้นไหนได้อีก ว่าแล้วในคืนวันสุดท้ายของปี ช่วงค่ำคืนหลังทำพิธีเซ่นไหว้เทพเสร็จสิ้นแล้ว เวลาเที่ยงคืนก่อนเข้าตีหนึ่ง ชาวบ้านในหมู่บ้านจะออกจากบ้าน เดินทางไปรับเทพโชคลาภกันทางทิศตะวันออก ส่วนครอบครัวชาวนานี้ กลับเดินทางไปรับเทพทางทิศตะวันตก เมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่งแล้ว พ่อชาวนาคิดว่าเดินมามากพอแล้ว จึงดับไฟพร้อมทั้งก้มลงหยิบของในบริเวณนั้นขึ้นมาหนึ่งชิ้น ซึ่งเป็นความเชื่อกันว่า ในค่ำคืนนี้เทพโชคลาภจะประทานของให้ ได้อะไรก็คือโชคสิ่งนั้น ดังนั้นเมื่อชาวนาคนนี้ดับไฟแล้ว จึงก้มลงไปจับของมาได้หนึ่งกำมือ มันนุ่ม ๆ เหนียว ๆ เมื่อเอามาดมดู มันเหม็นจนแทบอ้วก ชาวนาจึงโกรธยิ่งนัก แม้โคมไฟก็ยังไม่ได้จุดขึ้นมา บ่นด้วยนำเสียงหงุดหงิดว่า 得了,得了,得了 dé liǎo,dé liǎo,dé liǎo (เต๋อ เหลี่ยว, เต๋อ เหลี่ยว, เต๋อ เหลี่ยว) แล้วชวนลูกชายกลับบ้านทันที ซึ่งคำว่า “เต๋อ เหลี่ยว” นี้ แปลความได้หลายอย่าง เช่นแปลว่าได้แล้ว หรือพอแล้ว
ดังนั้น การแปลเช่นไรก็ต้องดูบริบทก่อน แต่คำพูดของชาวนาคนนี้ก็แสนจะบังเอิญที่เศรษฐีของหมู่บ้านเดินผ่านบริเวณนั้นได้ยินเข้าพอดี จึงคิดว่าชาวนาครอบครัวนี้คงได้ของดีอะไรจากเทพเป็นแน่ เช้าวันรุ่งขึ้นเศรษฐีจึงมาเยี่ยมอวยพรปีใหม่ให้แก่ครอบครัวชาวนา ชาวนารู้สึกงุนงงยิ่งที่อยู่ ๆ คนรวยก็มาอวยพรตนถึงบ้าน เมื่อนั่งดื่มชาไปสักครู่ เศรษฐีก็เอ่ยปากถามว่า ปีนี้ท่านได้ของขวัญอะไรจากเทพหรือ ชาวนาได้ยินก็อายหน้าแดงพูดว่า ไม่ได้อะไรเลย ได้แค่อึสุนัขมาหนึ่งกำมือ ช่างโชคร้ายเสียจริง ไม่ว่าจะถามเช่นไรก็ได้คำตอบเดิม เศรษฐีจึงลากลับไป และเศรษฐีก็ไม่เลิกรา คิดว่าชาวนาต้องได้ของดีแน่ ในเมื่อไม่ยอมบอก ก็เป็นเพราะไม่ได้เป็นญาติกัน เมื่อคิดได้เช่นนั้น จึงตกลงปลงใจยกลูกสาวให้กับลูกชายชาวนา ซึ่งเรื่องมันก็จบลงด้วยการแต่งงานกัน เมื่อลูกสาวเศรษฐีอยู่กินกับลูกชาวนาไปได้สักพัก ก็ถามสามีว่า ในคืนวันรับเทพเจ้านั้น พ่อของท่านได้อะไรหรือ ลูกชาวนาก็ตอบแบบเดียวกับพ่อ ทำให้ลูกสาวเศรษฐีไม่พอในยิ่งนัก มาวันหนึ่ง เมื่อนางถามสามีซ้ำอีก ก็ได้คำตอบแบบเดิมอีก จึงโมโหอย่างยิ่ง แล้วเดินเข้าครัวไปทำกับข้าว
ระหว่างนั้น นางก็ยังไม่หายโมโห ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นที่สามีนางไม่ยอมเปิดปากพูดความจริง จึงเอาฟืนฟาดเข้าที่เตาไฟระบายแค้น ทันใดนั้นขอบเตาไฟก็แตกออก นางจึงเห็นว่าข้างในเตามีโพรงอยู่ ภายในเตามีไหใบเขื่องวางอยู่ ข้างในเต็มไปด้วยแก้วแหวนเงินทอง นางดีใจยิ่งนัก จึงจัดการปิดเตาไฟไว้เช่นเดิม ตกกลางคืน นางก็ถามสามีอีก ก็ได้คำตอบเช่นเดิม นางจึงลุกขึ้นมาตวาดสามีด้วยเสียงอันดังว่า ขนาดนี้แล้ว ท่านยังโกหกข้าอีกหรือ นึกว่าข้าไม่รู้หรือไงว่าพ่อของท่านได้อะไรมา และซ่อนมันไว้ที่ไหน ชาวนาได้ยินเสียงลูกทะเลาะกัน จึงเดินมาพูดกับลูกสะใภ้ว่า ในเมื่อเจ้ารู้ความจริงหมดแล้ว เจ้าพิสูจน์ดูสิว่าเจ้ารู้อะไร นางจึงพาทุกคนไปดูแก้วแหวนเงินทองในห้องครัวนั้น ชาวนาเห็นแล้วก็อุทานขึ้นว่า 走狗屎运了!/走狗屎運了!zǒuɡǒu shǐ yùn le (โจ๋ว โก่ว ฉื่อ ยวิ่น เลอะ) นี่มันช่างเป็นโชคอึสุนัขเสียจริง
![]()
ที่มาภาพ : https://baijiahao.baidu.com/s?id=1745184339808505023&wfr=spider&for=pc
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:意想不到的好运。
成語比喻:意想不到的好運。
Chénɡyǔ bǐyù:Yì xiǎnɡbùdào de hǎo yùn.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: อี้ เสี่ยงปู๋เต้า เตอะ ห่าว ยวิ่น
สุภาษิตเปรียบว่า โชคดีที่คาดไม่ถึง
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
我多年来都运气不好,但这次竟然中了彩票,真是走了狗屎运。
我多年來都運氣不好,但這次竟然中了彩票,真是走了狗屎運。
Wǒ duōnián lái dōu yùnqì bù hǎo, dàn zhè cì jìnɡrán zhōnɡle cǎipiào, zhēnshi zǒule ɡǒu shǐ yùn.
หวั่ว ตัวเหนียน ไหล โตว ยวิ่นชี่ ปู้ห่าว, ตั้น เจ้อ ชื่อ จิ้งหราน โจงเลอะ ไฉเพี่ยว, เจินฉื้อ โจ่วเลอะ โก๋ว ฉื่อ ยวิ่น.
หลายปีมานี้ฉันไม่เคยโชคดีเลย แต่ว่าครั้งนี้กลับถูกหวย ช่างโชคดีเสียจริง
