‘จุฬาฯ’ หนุนยกเครื่องระบบผลิตครู จี้พัฒนาผู้สอน รองรับความเปลี่ยนแปลงโลก

19.02.25 | 09:00 น.

นายยศวีร์ สายฟ้า คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมาธิการการศึกษา (กมธ.) การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา มีข้อเสนอ ปรับระบบการผลิตครูใหม่ เป็นการผลิตระบบปิด ซึ่งจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนการผลิตระหว่างระบบปิดและระบบเปิดที่ชัดเจน เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้น ส่วนตัวเห็นด้วย เพราะปัจจุบันพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก ซึ่งครูเป็นกลไกสำคัญแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมาย แต่การพัฒนาทักษะที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียน ยังจำเป็นต้องใช้ครูในการเรียนการสอน

“อนาคตครูต้องเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่ใช่ทำหน้าที่สอนนักเรียนในแง่การถ่ายทอดความรู้อย่างเดียว แต่ต้องฝึกให้นักเรียนมีความสามารถ ทักษะกระบวนการ หรือคุณลักษณะตามที่สังคมต้องการ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการยกระดับระบบผลิตครู โดยอาจต้องพัฒนากลุ่มครูก่อนประจำการ คือ นิสิตฝึกหัดครู และกลุ่มครูประจำการ ที่ทำหน้าที่สอนอยู่ในปัจจุบันซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ ที่มีผลโดยตรงกับผู้เรียน จึงอยากจะให้มีการพัฒนา เพื่อให้มีความรู้ความสามารถและทักษะการสอนที่ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลง ไม่ให้ผู้เรียนเสียโอกาสได้รับความรู้จากการฝึกฝนผ่านกระบวนทัศน์รูปแบบ” นายยศวีร์กล่าว

นายยศวีร์กล่าวต่อว่า การผลิตครูควรผสมผสานกันทั้งระบบเปิดและระบบปิด ข้อดีของระบบปิดคือ มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างชัดเจน และเป็นระบบที่ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งฝั่งผู้ใช้และตัวครูเอง อย่างไรก็ดี สถาบันผลิตครูแต่ละแห่งจะมีจุดแข็งของตัวเอง เช่นบางมหาวิทยาลัยอาจจะเก่งในเรื่องของการผลิตครูในกลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นต้น หากมีการทำระบบปิดในบางมหาวิทยาลัยแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ครูที่จบออกมาจากสถาบันเดียวกันและมาบรรจุรับราชการในเขตพื้นที่เดียวกัน อาจไม่ได้มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน ทำให้มุมมองและการปฏิบัติในการจัดการเรียนรู้อาจไม่มีความหลากหลาย ซึ่งการจัดการเรียนรู้ที่ดีอาจจำเป็นต้องอาศัยมุมมอง ความคิด และความเชี่ยวชาญการสอนของครูที่แตกต่างกัน

นายยศวีร์กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าทุกสถาบันไม่สามารถใช้ศักยภาพตามที่ตนเองถนัดได้เท่าที่ควร เพราะจะมีกรอบบังคับบางอย่างว่าจะต้องผลิตครูในรูปแบบใด ซึ่งข้อดีคือทำให้เห็นแนวทางและภาพรวมของการผลิตครูทั่วประเทศ แต่กฎเกณฑ์เหล่านี้ในบางครั้งอาจจะไม่สามารถตอบโจทย์กับโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทัน ทำให้กลไกในการผลิตครูก็จะไม่สามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนดังกล่าวได้ ดังนั้น จึงอยากให้มีการปรับให้กรอบมาตรฐานหลักสูตรผลิตครู ให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้แต่ละสถาบันสามารถปรับหลักสูตร ที่ตอบโจทย์โลกในปัจจุบันได้ด้วยเช่นกัน