ลุ้นกรมบัญชีกลาง เคาะทีโออาร์แท็บเล็ต-โน้ตบุ๊ก เล็งแจกล็อตแรก 6 แสนเครื่องเทอม2 ปี68 แน่นอน
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio : Empowering Educations) โดยอนุมัติงบประมาณ 4,214,738,090 บาท และโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime งบประมาณ ระยะที่ 2 งบผูกพันตั้งแต่ปี 2569-2574 จำนวน 29,765,253,600 บาทนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดทำร่างของเขตงาน หรือทีโออาร์ เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับกรมบัญชีกลาง โดยทาง ศธ.มีการเสนอสเปกเข้าไปค่อนข้างสูง ทำให้มองว่า อาจเป็นการปิดกั้น แต่ยืนยันว่า แม้จะกำหนดสเปกไปสูง แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด โดยคาดว่า จะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 สัปดาห์นี้แน่นอน จากนั้นจะประกาศทีโออาร์ เพื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-บิดดิ้ง เพราะเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง
“อย่างไรก็ตาม การที่ ศธ.กำหนดสเปกไปค่อนข้างสูง เพื่อให้ได้ของที่มีคุณภาพ คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการมากที่สุด โดยจะเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เร็วที่สุด ด้วยความรอบคอบ เท่าที่ดูเบื้องต้นไม่น่าจะจัดซื้อได้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ในเดือนพฤษภาคมนี้แน่นอน แต่คาดว่า จะสามารถเช่าซื้อเพื่อให้เด็กได้ใช้ภายในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 นี้แน่นอน ทั้งนี้ส่วนตัวไม่มีความกังวลในเรื่องการดำเนินการ เพราะทำงานใกล้ชิดกับกรมบัญชีกลาง เพื่อให้การทำงานเกิดความรอบคอบและระมัดระวังมากที่สุด ผมเชื่อว่า จะได้รับการเสนอราคาที่ดีที่สุด” รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.กล่าว
นายสุรศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุผลที่ ไม่ฟันธงว่า การเช่าซื้ออุปกรณ์การเรียนให้เด็กครั้งนี้ จะเป็นแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก หรือโครมบุ๊ก นั้น เพราะ ศธ.ให้ความสำคัญกับสเปกเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดการปิดกั้น และได้เช่าซื้อในราคาที่ดีที่สุด ดังนั้นจึงเลือกกำหนดสเปกเป็นหลักส่วนตัวอุปกรณ์จะเป็นอะไรนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทที่จะเสนอมาสู้ราคา เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี โดย ศธ.จะพิจารณาจากการใช้งบของนักเรียนและครูเป็นสำคัญ ซึ่งโครงการนี้ตนอยากให้มีบริษัทยื่นประกวดราคากันมากๆ เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้นักเรียนได้ใช้
สำหรับมติ ครม.ครั้งนี้เป็นการอนุมัติงบประมาณต่อเนื่อง และงบประมาณผูกพันสำหรับการแจกอุปกรณ์เสริมการสอนของนักเรียนและครู ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต แล็ปท็อป โน้ตบุ๊ก หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ในรูปแบบเช่าใช้งาน พร้อมสัญญาณอินเตอร์เน็ตคุณภาพสูง โดยในปี 2568 ได้ขอจัดสรรเครื่องอุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่นักเรียน จำนวนกว่า 6 แสนคน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ในกลุ่มโรงเรียนคุณภาพชุมชนและโรงเรียนขยายโอกาส


