หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา จ่อถอนใบอนุญา...

จ่อถอนใบอนุญาต ครูหน้ากากแบทแมน ถ้าผิดจรรยาบรรณ ชี้ความปลอดภัยน.ร. สำคัญกว่าชื่อเสียง

26.02.25 | 10:30 น.

ศธ.ย้ำชัด กรณี ‘ครูหน้ากากแบทแมน’ สั่งจัดการขั้นเด็ดขาด ชี้ไม่ว่าข้าราชการหน่วยไหนต้องรู้จักเคารพในศักดิ์ศรีอาชีพของตน ต้องทำงานรับใช้ ปชช.ให้สบายใจและปลอดภัย

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีข้อร้องเรียนให้มีการตรวจสอบกรณีชายแต่งตัวคล้ายครูมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม สวมหน้ากากถ่ายภาพและคลิปลามก ถอดเครื่องแบบเหลือเพียงเสื้อผ้าน้อยชิ้นในห้องเรียนและสถานที่ต่างๆ ภายในโรงเรียนลงในกลุ่มลับโซเชียล อีกทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนยังออกมาพูดหน้าเสาธงว่าไม่ให้เอาเรื่องไปบอกต่อ เกรงว่าจะกระทบชื่อเสียงทำให้นักเรียนและครูรู้สึกไม่สบายใจนั้น

รัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อร้องเรียนดังกล่าว โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการและให้ติดตามตรวจสอบเพื่อเอาผิด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบล่าสุดทราบว่าเป็นข้าราชการครู โดยได้ประสานให้ส่งตัวครูคนดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว รวมถึงได้ให้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงและมีมาตรการทางปกครองและทางวินัย เพื่อทำให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด หากกรณีนี้พบว่าผิดวินัยร้ายแรงจริงจะได้รับโทษถึงขั้นไล่ออกจากราชการ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาในการสืบสวนข้อเท็จจริงไม่เกิน 7 วัน ส่วนการลงโทษทางวินัยนั้นต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สำหรับประเด็น ผอ.โรงเรียน ที่ได้รับทราบว่ามีการพูดในลักษณะเชิงข่มขู่ หรือเห็นเหตุการณ์แล้วไม่ดำเนินการใดๆ นั้น อาจต้องทบทวนเรื่องการทำงาน เพราะความปลอดภัยของเด็กต้องสำคัญกว่าชื่อเสียงโรงเรียน

ส่วนเรื่องนักเรียนที่ถูกข่มขู่ว่าถ้าเอาเรื่องไปบอกคนอื่นอาจจะเดือดร้อน กระทรวงศึกษาธิการได้กำชับไปที่เขตพื้นที่และย้ำว่าไม่ให้มีการปกปิดข้อมูลใดๆ ขอให้นักเรียนสบายใจว่า สพฐ.และเขตพื้นที่การศึกษาทำงานกับโรงเรียนอย่างละเอียดรอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กอย่างแน่นอน และจะติดตามทุกกรณีอย่างใกล้ชิดและเต็มที่

Advertisement

“ขอเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะรับราชการในหน่วยงานใดต้องเคารพในหน้าที่ของตนเอง ไม่ทำให้ นักเรียนและผู้ปกครอง หรือประชาชนไม่สบายใจ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้กำชับและสั่งการเร่งด่วน ขอให้มั่นใจว่าความปลอดภัยของนักเรียนสำคัญกว่าชื่อเสียงของโรงเรียน โดยจะเร่งดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งไม่เกิน 7 วันจะรู้ผลแน่นอน ทั้งนี้ จะมีรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ จะพิจารณาเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพครู หากมีการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ โทษร้ายแรงขั้นสูงสุดจะต้องเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งทุกกระบวนการดำเนินงานในปัจจุบัน ดำเนินการเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเคร่งครัดมากที่สุด” นายคารมย้ำ