‘นักวิชาการ’ ชงขยายภาคบังคับถึง’ปวส.’ แก้ดร็อปเอาต์-ลดเหลื่อมล้ำ ช่วยดันจีดีพี3%
นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย(ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน ส่งผลกระทบต่ออนาคตของเด็กและสังคมโดยรวม โดย ข้อมูลจากปี 2566 ระบุว่า จำนวนนักเรียนที่ออกกลางคันกว่า 1.02 ล้านคน ซึ่งเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้รวบรวมข้อมูลและนำเสนอใน Equity Forum 2023 เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย ZERO Dropout เด็กทุกคนได้รับโอกาสในการศึกษา ขณะที่ยังมีนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษอยู่ที่ 1.8 ล้านคน โดยที่ 1.2 ล้านคน ได้รับทุนสนับสนุนจาก กสศ. และหน่วยงานภาครัฐ และในจำนวนนี้ กว่า 1 ล้านคน มาจากครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน คือมีรายได้2,803 บาท/เดือน ที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ
นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า กรณีนี้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ประชากรวัยแรงงานในปัจจุบัน กว่า 20 ล้านคน 74% หรือ 14.5 ล้านคน จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือต่ำกว่า ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ครัวเรือนยากจนต้องแบกรับภาระ โดย 22% ของรายได้ ถูกใช้เป็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ขณะที่ครัวเรือนที่มีฐานะดีใช้เพียง 6% ของรายได้ ส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจปีละ 409 ล้านบาท เนื่องจากเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วง ม.3 ขึ้น ม.4 โดยองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโกประเมินว่า หากไทยสามารถลด Dropout Rate เป็นศูนย์ (ZERO Dropout) ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือ จีดีเพิ่ม จะเติบโตเพิ่มขึ้น 3%
“จากข้อมูลจากปี 2546-2547 พบว่า มีเด็กออกกลางคัน 238,707 คน ปี 2565 ลดลงเหลือ 100,000 คน ขณะที่ปี 2566 มีเด็กออกกลางคันสะสม 1,020,514 คน มากกว่าปี 2546 ถึง 4 เท่า 70% ของเด็กที่ออกกลางคันมีสาเหตุจาก ความยากจนและระบบการศึกษาที่ “แพ้คัดออก” ส่งผลให้เด็กที่เรียนไม่ดีโดนคัดออก และนักเรียนที่เผชิญปัญหาสังคม เช่น ตั้งครรภ์ก่อนวัย ติดยาเสพติดไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยส่วนตัวมองว่า ปัจจัยที่ต้องปรับปรุงระบบการให้กู้ยืม กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) สำหรับนักเรียนยากจน ที่ยังได้รับไม่ทั่วถึง 5% ของเด็กที่เรียนระดับมัธยมปลายต้องกู้ กยศ. แต่มีหลายคนที่ไม่กู้เพราะ กลัวเป็นหนี้ หรือ ไม่ทราบว่ากู้ กยศ. ได้และเสนอให้ขยายการศึกษาภาคบังคับที่ให้เรียนจบ ม.3 อาจไม่เพียงพอ ต้องขยายไปจนถึง ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) เพื่อให้เด็กมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น” นายณรินทร์ กล่าว

