30 องค์กรพุทธเชียงราย จี้นายกฯ ทบทวนมติยกเว้น 5 พื้นที่ขายเหล้าวันพระใหญ่

6.03.25 | 16:11 น.

30 องค์กรพุทธเชียงราย จี้นายกฯ ทบทวนมติยกเว้น 5 พื้นที่ขายเหล้าวันพระใหญ่

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายองค์กรชาวพุทธจังหวัดเชียงราย นำโดย นายนิรันดร์ ภิระบรรณ์ นายกพุทธสมาคม จ.เชียงราย นายปรีชา พัวนุกุลนนท์ ประธานสมาพันธ์ส่งเสริมและพิทักษ์พระพุทธศาสนา จ.เชียงราย และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกว่า 30 องค์กร ได้จัดทำหนังสือเปิดผนึกคัดค้านการอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยมีเนื้อหาว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติและเป็นบ่อเกิดของประเพณีวัฒนธรรมรวมถึงวิถีชีวิตไทย ทำให้หลายรัฐบาลได้อุปภัมภ์และคุ้มครอง มีการออก พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ให้จำหน่ายในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ดังนั้นการที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเปลี่ยนให้จำหน่ายได้จะกระทบกับหลักการใหญ่ของบ้านเมือง, พระพุทธศาสนาและสังคมไทย

ตามรัฐธรรมนูญระบุให้รัฐต้องมีมาตรการและกลไกป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาและส่งเสริมพุทธศาสนิกชน ไม่ใช่ใช้นโยบายในการเซาะกร่อนบ่อนทำลายและอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา รัฐธรรมนูญยังกำหนดให้คนไทยมีหน้าที่ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีอันดีงาม ดังนั้นจึงได้พากันออกมาเรียกร้องดังกล่าว เพราะเห็นว่าการมีกฎหมายนี้ไว้ยังเป็นสัญลักษณ์ว่ารัฐบาลเคารพในพระพุทธศาสนา การที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมตรี กล่าวว่าชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวไม่ทราบวันสำคัญของไทยนั้น ไม่ควรเป็นคำกล่าวของผู้นำประเทศที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง จารีตประเพณีและศาสนา เพราะคนเข้ามาท่องเที่ยวประเทศใดก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของบ้านเมืองนั้นๆ

Advertisement

ตอนท้ายของหนังเปิดผนึกระบุว่า กฎหมายไม่อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ในมิติหนึ่งถือเป็นกุศโลบายในการทำให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักพระพุทธศาสนา ได้รู้จักประเทศไทยและอัตลักษณ์ของประเทศไทย ทั้งนักท่องเที่ยวจากต่างชาติส่วนใหญ่ที่เข้ามามิได้เจาะจงเข้ามาเพื่อการดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ เช่น ชมธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ

นายปรีชากล่าวว่า กรณีนายกรัฐมนตรีระบุว่ารัฐบาลได้รับข้อร้องเรียนจากภาคธุรกิจเอกชนถึงข้อจำกัดทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและไม่สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น องค์กรพุทธศาสนา เครือข่ายและพุทธศาสนิกชนรู้สึกวิตกกังวลและห่วงใยเพราะเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย สร้างความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติในระยะยาว ดังนั้นจึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ร่วมกันลงชื่อคัดค้านการแก้กฎหมายเพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลต่อไป

ด้านนายนิรันดร์กล่าวว่า เดิมรัฐบาลใช้มาตรการปกป้องพระพุทธศาสนา 5 วันในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษาและวันออกพรรษา พวกเราจึงออกมาคัดค้านการศึกษาของรัฐบาล เพราะการปกป้องที่ผ่านมาถือว่าดีอยู่แล้ว และรัฐบาลมีหน้าที่ในการปกป้องด้วย จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้ทบทวนเรื่องที่ให้มีการไปศึกษาโดยให้ยกเลิกการศึกษานั้นเสียเพราะสิ่งที่มีอยู่เดิมดีอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเศรษฐกิจไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ยังมีการพัฒนาเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ได้อีกมากมาย

ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทยไม่ได้มุ่งมาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เขามาเพื่อท่องเที่ยวอื่นๆ ด้วย เช่น วัด ประเพณีที่งดงาม ฯลฯ สิ่งสำคัญของไทยคือการพัฒนาคุณภาพประชาชนทั้งคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งนี้นอกจากจะรณรงค์ใน จ.เชียงราย ได้ทำหนังสือไปถึงพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยเพื่อร่วมกันคัดค้านเช่นกัน ปัจจุบันได้ประสานไปยัง 30 กว่าจังหวัดแล้วเพื่อขอให้ยกเลิกการศึกษาทบทวนเพื่อจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาดังกล่าวด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า เครือข่ายทางพระพุทธศาสนาดังกล่าวได้ส่งหนังสือเปิดผนึกดังกล่าวไปให้กับ น.ส.แพทองธาร นายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้ง 30 เครือข่ายได้เดินทางไปยื่นหนังสือผ่านศาลากลาง จ.เชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ารับหนังสือเพื่อเป็นสื่อกลางถึงรัฐบาลต่อไป

อนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติมีมติเห็นชอบให้ 5 สถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในวันสำคัญทางศาสนา 5 วัน คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ได้แก่ 1.สนามบินระหว่างประเทศ 2.สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ 3.สถานประกอบการในแหล่งท่องเที่ยวตามที่ รมว.สาธารณสุขประกาศกำหนด 4.โรงแรม และ 5.อีเวนต์พิเศษระดับชาติหรือนานาชาติ