สพฐ.เตือน มิจฉาชีพระบาด แอบอ้างเป็นครูแนะแนว หลอกเงินกยศ.เด็ก จี้เขตฯป้องกัน หวั่นเกิดซ้ำ

11.03.25 | 14:40 น.

สพฐ.เตือน มิจฉาชีพระบาด แอบอ้างเป็นครูแนะแนว หลอกเงินกยศ.เด็ก จี้เขตฯป้องกัน หวั่นเกิดซ้ำ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบเกี่ยวกับโรคไข้อีดำอีแดงที่กำลังระบาดในเด็กวัย 5-15 ปี ในขณะนี้ โดย สพฐ.ได้ประสานกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้การดูแลอย่างใกล้ชิด หากมีเด็กเจ็บป่วยด้วยโรคไข้อีดำอีแดง ก็ขอให้ทำการรักษาโดยด่วน ขณะเดียวกันก็ให้มีการกำชับแจ้งเตือนให้เด็กๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย แต่หากมีความจำเป็นที่ต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วยจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาร่วมกับล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วยหรือของใช้ของผู้ป่วย อย่าใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย โดยเฉพาะของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น

สพฐ.

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังหารือกรณีมีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นครูแนะแนว และเจ้าหน้าที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หลอกเงินนักเรียนที่จังหวัดตรัง โดยใช้วิธีการเข้าไลน์โอเพ่นแชตแนะแนว กยศ.ของโรงเรียน แล้วเปลี่ยนชื่อโปรไฟล์เป็นชื่อผู้ปฏิบัติงาน และหลอกถามข้อมูลนักเรียน ม.6 ที่กู้เงิน กยศ. ปรากฏว่า มีผู้เสียหาย 25 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 เด็กให้ข้อมูลส่วนตัว หมายเลขบัญชี จำนวนคงเหลือในบัญชี แต่ยังไม่ได้โอนเงิน จำนวน 17 ราย และกลุ่มที่ 2 ให้ทั้งข้อมูลส่วนตัว หมายเลขบัญชี จำนวนเงินคงเหลือในบัญชี แล้วก็โอนเงินไป จำนวน 8 ราย รวมเป็นเงิน 48,140 บาท ซึ่งตอนนี้โรงเรียนได้แจ้งระงับกลุ่มไลน์นี้ไปแล้ว เพื่อระงับการทำงานธุรกรรมต่างๆ สพฐ.จึงได้แจ้งไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เพื่อให้ประชาสัมพันธ์แจ้งไปโรงเรียนต่างๆ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนที่กู้เงิน กยศ.เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

“ส่วนเรื่องการยื่นคำร้องขอย้ายข้าราชการครู ผ่านระบบ TRS (Teacher Rotation System) ที่ผ่านมา ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นการตรวจสอบข้อมูล เพื่อเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูล และนำเสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาต่อไป ซึ่งตามปฏิทินจะดำเนินการภายในเดือนมีนาคม และออกคำสั่งย้ายได้ภายในเดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ ตามระบบยังไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็ต้องดูว่าจะมีปัญหาหลังจากการย้ายแล้วหรือไม่” นายพัฒนะกล่าว