น.ศ.แพทย์ ม.อุบลฯ เชี่ยวภาษา-ไร้พรมแดน

27.03.17 | 13:01 น.

สวัสดีค่ะ ชื่อ อาย-เพชรรัตน์ ทองพันชั่ง กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วันนี้จะมาแชร์บรรยากาศการเรียนการสอนในห้อง ในแบบฉบับที่ไม่ได้ใช้ผลการเรียนไปคว้าเกรดเฉลี่ยอย่างเดียว แต่นำเอาวิธีการฝึกฝนในห้องเรียนไปต่อยอดใช้กับสถานการณ์จริง เพื่อช่วยเหลือชุมชน และเก่งพอที่จะทำงานได้ในระดับอาเซียน รวมทั้ง อนาคตอาจช่วยเหลือสหประชาชาติได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

อย่างการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ฯ รั้ว ม.อุบลฯ ตอนนี้ไม่ได้นั่งฟังเลคเชอร์ตามที่อาจารย์สอนอย่างเดียว แต่เรียนแนวใหม่ที่เรียกว่า “แอคทีฟ เลิร์นนิ่ง” (Active Learning) คือ อาจารย์ให้โจทย์ หรือหัวข้อการเรียนรู้ จากนั้นกลุ่มนักศึกษาจะไปค้นคว้าเอง แล้วมาสรุปความกับอาจารย์อีกที การเรียนรู้แบบนี้ ไม่ได้ทำให้พวกเรากระตือรือร้นอย่างเดียว แต่ทำให้ปลดล็อคขีดจำกัดของตัวเอง จากเดิมที่ค้นคว้าแต่แหล่งข้อมูลภาษาไทยจากห้องสมุด หรือกูเกิ้ล พอเรียนรู้แบบแอคทีฟ เลิร์นนิ่ง จะช่วยผลักดันให้เราอยากค้นคว้าให้เข้าใจถึงแก่นของเรื่องนั้นๆ จริงๆ ถูกฝึกให้ขวนขวาย เวลาเจอภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือภาษาอื่นๆ เราจะพยายามอ่าน พยายามแปลมากขึ้น สิ่งนี้ทำให้เก่งภาษาอังฤษ ตอนนี้หนูอ่านภาษาอังกฤษ และแปลได้ดีกว่าเดิมมาก

การเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ คือแนวคิด ทรานฟอร์มเมทีฟ เลิร์นนิ่ง (Transformative Learning) หรือการปฏิรูปสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรสุขภาพ ถูกเผยแพร่ไปในวงกว้าง ทางต้นสังกัดอย่างวิทยาลัยแพทยศาสตร์ฯ ได้ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพ (ศสช.) จัดงานสัมมนาการปฏิรูปสถาบันสู่การพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ 21 เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการสถานการณ์สาธารณสุขระดับโลกที่เจอโรคอุบัติใหม่ๆ และเจอโรคที่มากับภัยพิบัติบุคลากรทางแพทย์ก็จะหาทางออกระงับยับยั้งได้

อาจารย์บอกว่าจะทำให้พวกเรา Change agent ได้ หรือที่เข้าใจง่ายๆ คืออยู่ที่ไหนก็รักษาคนได้ ไม่ว่าจะเป็นติมอร์ตะวันออก ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา เวียดนาม หรือประเทศอื่นๆ ที่มีบริบทที่แตกต่างจากไทย แต่เราเรียนรู้บริบทของแต่ละที่ และนำเอาชุมชนพื้นที่นั้นๆ เป็นฐานเพื่อเรียนรู้ อนาคตถ้ามีโรคอุบัติใหม่ๆ ที่ร้ายแรง ไม่แน่เราอาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยยับยั้งไม่ให้โรคระบาดเกิดก็เป็นได้

นอกจากเรียนแบบค้นคว้าแล้ว เราจะได้ฝึกงานแบบลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ช่วยให้มีทักษะในแบบที่ในตำราเรียนให้ไม่ได้ เพื่อฝึกทักษะการทำความเข้าใจชุมชนที่แตกต่างในหลายบริบท และนำไปสู่การคิดค้นแนวทางรักษาโรคภัยที่อุบัติใหม่จากการเก็บข้อมูล และขวนขวาย เราจะมีภูมิคุ้มกันในการทำงานงานระดับนานาชาติ และมีทัศนคติต่อการพบเจอปัญหาแล้ว มุ่งมั่นไม่ย่อท้อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในเขตพื้นที่ต่างแดนได้อย่างไม่ต้องกังวล รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวมด้วย

Advertisement

ท้ายสุด ขอขอบคุณอาจารย์หมอทุกท่านที่สอนให้ขวนขวาย รู้ทั้งวิชา และรู้รอบด้าน มีความรู้เป็นอาวุธ และภาษา ตลอดจนมีความกล้าที่จะก้าวไปสู่ประเทศอื่นๆ เพื่อใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่

เพชรรัตน์ ทองพันชั่ง
ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี