‘บิ๊กจิน’ไฟเขียวตั้งบอร์ดผลิตช่างนกเหล็ก เป้า 4 พันคนในปี’67 ห่วงมาตรฐานมหา’ลัยไทยยังไม่น่าพอใจ

27.03.17 | 15:05 น.

‘บิ๊กจิน’ไฟเขียวตั้งบอร์ดผลิตช่างนกเหล็ก เป้า 4 พันคนในปี’67 ห่วงมาตรฐานมหา’ลัยไทยยังไม่น่าพอใจ

นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานการขับเคลื่อนการพัฒนาช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน เพื่อระดมความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) และเหล่าทัพ ในการผลิตและพัฒนาบุคลากรช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน ตามที่ได้ตั้งเป้าผลิตช่างซ่อมบำรุงอากาศยานให้ได้ 4,000 คน ภายในปี 2567 โดยคณะกรรมการจะวางกรอบดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องงบประมาณ หลักสูตร การพัฒนาครู และครุภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม รองรับอาชีพในอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) ได้แก่ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร ซึ่งได้ตั้งเป้าผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศสอดคล้องกันทั้งระบบ

นางวัฒนาพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้พิจารณา และมีมติเห็นชอบการแสดงเจตจำนงของประเทศไทยในการเข้าร่วมโครงการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) กับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) โดยได้รับทราบผลการดำเนินงานความก้าวหน้าการจัดทำร่างกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง ทั้งนี้ สกศ.ได้นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมในครั้งก่อน ดำเนินการปรับแก้ไขในหลายประเด็นที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ได้แก่ บทนำ นิยามศัพท์ วัตถุประสงค์ โครงสร้าง กรอบคุณวุฒิ บทบาท และภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ร่างกรอบคุณวุฒิแห่งชาติฉบับปรับปรุงยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป สำหรับข้อเสนอจัดตั้งองค์กรกลางกรอบคุณวุฒิแห่งชาติเพื่อขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัตินั้น รองนายกฯมอบหมาย สกศ. สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ศึกษาแนวทางเพิ่มเติมกรณีที่ต้องรับภาระองค์กรกลางดังกล่าว อาจต้องเพิ่มกำลังคน งบประมาณ และการปรับโครงสร้างองค์กร ฯลฯ เพื่อเร่งรัดเดินหน้าสร้างมาตรฐาน ในแต่ละสาขาวิชาชีพให้เหมาะสมกับความต้องการของประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรทางด้านวิชาชีพที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมภายในประเทศ และต่างประเทศ รองรับยุคประเทศไทย 4.0

“พล.อ.อ.ประจินได้แสดงความเป็นห่วงมาตรฐานการศึกษาชาติ และอันดับประเทศไทยในเวทีการศึกษาอาเซียน อันดับคุณภาพมหาวิทยาลัยไทยยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจนัก โดยที่ประชุมได้หารืออย่างกว้างขวางเพื่อสังเคราะห์แนวทางยกระดับมาตรฐานการศึกษาชาติ ซึ่งแนวคิดที่ประชุมเห็นสมควรเร่งเสริมทักษะการเรียนรู้ดิจิทัล หรือ Digital literacy ควบคู่กับเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนไทยในอนาคต ซึ่งการพัฒนาทักษะดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร” นางวัฒนาพรกล่าว