เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งและแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย โดยเปิดให้ผู้ที่ไม่มีอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มาสมัครสอบได้ ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งสนับสนุนและคัดค้านโดยมองว่าทำลายระบบผลิตครูนั้นว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะผู้ใช้ครูเห็นว่ามติดังกล่าว มีผลในทางบวกกับ สพฐ.เพราะสิ่งที่เป็นปัญหาหลักในการสอบบรรจุครูผู้ช่วย 4 ปีย้อนหลังตั้งแต่พ.ศ.2557-2559 มี 11 วิชาเอกที่เปิดสอบบรรจุ คือภาษาเกาหลี ภาษาเวียดนาม ภาษาพม่า ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน ภาษาอาหรับ ดนตรี/นาฏศิลป์ ดนตรีสากล(ดุริยางค์) ออกแบบนิเทศศิลป์ วิจัยทางการศึกษา และกายภาพบำบัด ไม่มีผู้สอบแข่งขันขึ้นบัญชีได้เลย และในจำนวนนี้บางวิชาไม่มีผู้สมัครสอบเลย
นายการุณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในการสอบแข่งขันครูผู้ช่วย ประจำปี 2559 ซึ่งมีผู้สมัครเกือบ 1.3 แสนคน โดยเฉพาะวิชาหลัก คือ วิทยาศาสาตร์ สมัคร 9,508 คน ผ่านขึ้นบัญชีแค่ 874 คน คิดเป็น 9.19%, วิทยาศาสตร์ทั่วไป สมัคร 4,302 คน ขึ้นบัญชี 238 คน คิดเป็น 5.53%, ฟิสิกส์ สมัคร 1,879 คน ขึ้นบัญชี 268 คน คิดเป็น 14.26%, เคมี สมัคร 1,920 คน ขึ้นบัญชี 305 คน คิดเป็น 15.89%, ชีววิทยา สมัคร 2,469 คน ขึ้นบัญชี 461 คน คิดเป็น 18.67%, คณิตศาสตร์ สมัคร 10,924 คน ขึ้นบัญชี 1,710 คน คิดเป็น 15.65%, ภาษาไทย สมัคร 9,942 คน ขึ้นบัญชี 1,190 คน คิดเป็น 11.97%, ภาษาอังกฤษ สมัคร 12,961 คน ขึ้นบัญชี 1,504 คน คิดเป็น 11.69% และสังคมศึกษา สมัคร 14,375 คน ขึ้นบัญชี 892 คน คิดเป็น 6.21% ซึ่งถือว่ามีผู้สอบขึ้นบัญชีได้น้อยมาก
“มติก.ค.ศ.ที่ให้เปิดให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตฯมาสมัครสอบก่อนแล้วอบรมพัฒนาให้ได้ใบอนุญาตฯ ในภายหลัง ถือเป็นการเปิดทางให้ สพฐ.แก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน ให้สามารถคัดเลือกผู้ที่ไม่มีอนุญาตฯ แต่มีความรู้ความสามารถตรงสาขามาเป็นครู ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กเสียโอกาสในการได้ครูมาสอน เพราะติดล็อคในข้อกำหนดเรื่องใบอนุญาตฯ ทั้งนี้ ไม่ใช่คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ผลิตครูออกมาไม่ดี แต่ สพฐ.ในฐานะผู้ใช้ครูอยากได้คนเก่งๆ มาช่วยเสริมในการสอน เพราะการสอนยุคนี้ การลงเนื้อหาวิชาหลักมีความสำคัญ เช่น สอนสะเต็มศึกษาเพื่อให้เด็กได้สร้างนวัตกรรม ถ้าครูไม่รู้ลึกในวิชาการที่แท้จริงเด็กก็จะไม่มีทางเข้าใจในศาสตร์ของวิชาที่ลึกๆ และในกรณีที่ผู้ไม่มีใบอนุญาตฯ สอบบรรจุได้ ก็จะมีอบรมเทคนิคการสอน การจัดทำแผนการสอน และมีครูพี่เลี้ยงคอยประกบให้คำแนะนำ ภายในระยะเวลา 2 ปีที่เป็นครูผู้ช่วยอยู่ ก็จะต้องเข้ารับการอบรมตามที่คุรุสภากำหนดเพื่อให้ได้รับใบอนุญาตฯ ซึ่งถ้ายังไม่ได้รับใบอนุญาตฯอีก แต่ประเมินครูผู้ช่วยผ่านก็จะมีเวลาอีก 2 ปีในการอบรมเพื่อให้ได้รับใบอนุญาตฯ แต่ในกรณีที่ประเมินตำแหน่งครูผู้ช่วยไม่ผ่าน ก็จะถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็นครู เพราะเป็นการบรรจุ โดยมีเงื่อนไข เราไม่มีตำแหน่งอื่นรองรับ” นายการุณ กล่าว และว่าเรื่องการมีใบอนุญาตฯ หรือไม่มีใบอนุญาตฯ สพฐ.จะทำวิจัยเพื่อดูผลที่ออกมาอีกครั้ง แต่จากการบรรจุนักศึกษาในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตฯ ได้รับการบรรจุไป 381 คน ผ่านมาประมาณ 4 เดือน เมื่อกลับไปถามทางโรงเรียนกับเด็ก ก็พอใจครูเหล่านี้ เพราะเก่ง สอนเข้าใจ

