นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. มีมติเปิดทางให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูสามารถสมัครสอบครูผู้ช่วยแล้วค่อยอบรมพัฒนาให้ได้ใบอนุญาตฯ ในภายหลัง ว่า คุรุสภายังยึดหลักการเดิมที่ว่าผู้ที่จะประกอบวิชาชีพครูต้องอยู่ภายใต้บังคับหลักเกณฑ์การมีใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยคุรุสภาจะออกใบอนุญาตฯ ให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพครูที่มีมาตรฐานวิชาชีพตามที่คุรุสภากำหนดและเป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา นั่นคือ คุรุสภาจะออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้ผู้ที่จบหลักสูตรครู 5 ปี ที่คุรุสภารับรองปริญญา ส่วนผู้ที่จะประกอบวิชาชีพครูซึ่งเรียนหลักสูตร 4 ปี หรือหลักสูตรอื่นที่คุรุสภาไม่ได้รับรองปริญญา ในทางปฏิบัติหน่วยงานผู้ใช้เป็นผู้ขออนุญาตจากคุรุสภา ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายกรณี ตามความต้องการจำเป็นของผู้ใช้ โดยอาจจะออกหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาต และมีเงื่อนไขว่าต้องพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานวิชาชีพในระยะเวลาที่คุรุสภากำหนด
ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อว่า สำหรับการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ และการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพเป็นส่วนหนึ่งของการคัดกรองครูเพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของคุรุสภา ส่วนกระบวนการคัดเลือกครูเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ใช้ อาจมีความต้องการจำเป็นตามบริบทของหน่วยงาน แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบวิชาชีพครูของหน่วยงานดังกล่าวยังต้องพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ และตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2559 คุรุสภาจึงจะออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพตามที่คุรุสภากำหนดไว้ กระบวนการคัดเลือกที่เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ได้ครูตามความต้องการของผู้ใช้นั้น อาจจะมีผลกระทบต่อกระบวนการผลิตครู แต่ถ้ากระบวนการผลิตและการคัดเลือกครูมีคุณภาพ ก็จะทำให้ได้ครูที่มีคุณภาพด้วย ซึ่งคุรุสภามีหน้าที่ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดังกล่าวนี้ด้วย


