ท่องแดนธรรม’สังเวชนียสถาน 4 ตำบล’ เชื่อมศรัทธาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก
เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของพุทธศาสนิกชน หากมีโอกาสเดินทางไปสักการะ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ในดินแดนแห่งพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย-เนปาล นับเป็นกุศลแห่งศรัทธาครั้งใหญ่ ที่ได้เดินตามรอยเส้นทางธรรมไปยังสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนาและปรินิพพาน ซึมซับหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ซึ่งได้บัญญัติให้ชาวพุทธสืบทอดมานานกว่า 2,500 ปี
กรมการศาสนา โดยกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา บินลัดฟ้าพาคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา กว่า 200 รูป/คน เดินทางสัมผัสกับ สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง คือ 1.ลุมพินีวัน หรือ รุมมินเด สถานที่ประสูติ 2. พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ 3.ธัมเมกขสถูป สารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา และ4.กุสินารา สถานที่ดับขันธปรินิพพาน สัญลักษณ์แห่งการหลุดพ้นจากทุกข์ ที่เชื่อมโยงนักแสวงบุญจากทุกมุมโลก ให้เดินทางมาสัมผัสแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ซึ่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงไว้
ตามรอยประสูติ ณ ป่าลุมพินี ประเทศเนปาล
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประสูติ ณ ณ ป่าลุมพินี เมืองกบิลพัสดุ์ ประเทศเนปาล เมื่อกว่า 2,500 ปีก่อน กระทั่งก่อเกิดเป็นร่องรอยแห่งศรัทธา ที่นักแสวงบุญจากทั่วโลกต่างเดินทางมาสัมผัส สักการะรอยพระบาทจำลอง ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาสำคัญ แห่งย่างก้าวที่พระพุทธองค์ได้ถือกำเนิดขึ้น เป็นเครื่องเตือนใจถึงการเริ่มต้นแห่งเส้นทางบุญ ในสวนลุมพินี ยังมีมี*เสาหินอโศก* ตั้งตระหง่าน เป็นพยานเมื่อครั้งพระเจ้าอโศกมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ทรงสลักข้อความประกาศให้โลกรู้ว่า พระพุทธเจ้าได้ถือกำเนิด ณ สถานที่แห่งนี้ เป็นสัญลักษณ์ของการสืบทอดศรัทธาผ่านกาลเวลา และเป็นเครื่องเตือนใจแก่ทุกผู้คนที่มาเยือนว่า นี่คือแผ่นดินที่ให้กำเนิดองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า…

ข้างเสาอโศกไม่ไกล คือ วิหารมายาเทวี สถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็น บริเวณที่ประสูติ ภายในวิหารมีแท่นศิลาโบราณ ซึ่ง พระนางสิริมหามายาทรงให้กำเนิดเจ้าชายสิทธัตถะ ใต้ต้นสาละ แม้ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยไปนับพันปี แต่บรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์ยังคงอบอล
บางคนกล่าวว่า เมื่อนั่งสงบนิ่งที่นี่ อาจรู้สึกถึงพลังอันเงียบสงบที่แผ่ซ่านไปทั่วสถานที่ เสมือนเป็นสัญญาณเตือนใจว่า ทุกชีวิตล้วนมีจุดเริ่มต้น และจุดเริ่มต้นนั้นอาจเป็นหนทางสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
พลังแห่งศรัทธา ณ สถานที่ตรัสรู้ พุทธคยา
พุทธคยา ประเทศอินเดีย สถานที่ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ อริยสัจสี่ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค กราบนมัสการ พระมหาเจดีย์พุทธคยา ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และ พระแท่นวัชรอาสน์ ที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งตรัสรู้ ใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์
ระลึกถึงช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญเพียร สถานที่แห่งนี้ คือ จุดที่พระพุทธองค์ทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ไม่ยอมแพ้ต่อกิเลสและความปรารถนา *ต้นพระศรีมหาโพธิ์* ซึ่งแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแก่พุทธศาสนิกชน ซึ่งเดินทางมาบำเพ็ญเพียร ณ ปัจจุบันเกิดขึ้นจากหน่อของพระศรีมหาโพธิ์ต้นเดิม ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงนั่งบำเพ็ญเพียรและตรัสรู้ หลังนั่งสมาธิ ใกล้กัน ยังสามารถเข้าสักการะ พระพุทธเมตตา ซึ่งประดิษฐานอยู่ในมหาโพธิวิหาร ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลกที่มาร่วมกันปฏิบัติธรรม

ปฐมเทศนา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ธัมเมกขสถูป สารนาถ สัญลักษณ์ของการแสดงปฐมเทศนา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตั้งอยู่เมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเผยแผ่พระธรรม เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ 7 สัปดาห์ จึงทรงเทศน์โปรดปัญวัคคีย์จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด ทรงพักจำพรรษาแรก ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวันพร้อมกับเหล่าปัญจวัคคีย์ และทรงประกาศเริ่มต้นส่งให้พระสาวกกลุ่มแรกออกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาหลังจากทรงจำพรรษาแรกแล้ว เชื่อกันว่าเป็นจุดที่เดียวกับที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา คือธรรมเมกขสถูป นั่นเอง
นอกจากธัมเมกขสถูปแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์สารนาถ ซึ่งเก็บรวบรวมโบราณวัตถุสำคัญ และนักแสวงบุญไม่ควรพลาด ชมความงาม ของ *เสาอโศก* ซึ่งแกะสลักเป็นรูปสิงห์สี่ตัวหันหลังชนกัน หันหน้าไปทางทิศทั้งสี่ ภายใต้มีวงแหวนที่ประดับด้วยธรรมจักรโดยรอบ หัวเสานี้ในภายหลังได้กลายเป็นตราแผ่นดินของประเทศอินเดีย

กุสินารา สถานที่ดับขันธปรินิพพาน
กุสินารา ซึ่งวันนี้รู้จักกันในชื่อกาเซีย ตั้งอยู่รัฐอุตตร ประเทศของอินเดีย เป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงความไม่เที่ยงแท้ของสังสารวัฏ ณ ที่แห่งนี้ พระพุทธเจ้าทรงเสด็จดับขันธปรินิพพาน ท่ามกลางธรรมชาติของสาลวโนทยานที่เต็มไปด้วยความสงบ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเอนพระวรกายครั้งสุดท้าย ณ พระแท่นปรินิพพาน ทุกสิ่งรอบๆ ที่นั่นเหมือนจะสะท้อนถึงการหลุดพ้นจากทุกข์และการสิ้นสุดของภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้ทำไว้
มหาปรินิพพานสถูปที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ไม่เพียงแค่เป็นอนุสรณ์ของการดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการหลุดพ้นที่มองเห็นได้ในรูปแบบของพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ซึ่งพระองค์ทรงประทับตะแคงขวาอย่างสงบ ภาพนั้นแสดงให้เห็นถึงการหลุดพ้นจากสังสารวัฏที่พระพุทธองค์ได้บรรลุแล้ว
ถือเป็นการทบทวนธรรมที่พระพุทธองค์ได้สอนไว้ ทุกชีวิตล้วนมีการเกิดและดับ แต่พระธรรมที่พระพุทธองค์ได้มอบไว้นั้นยังคงอยู่ตลอดไป ผ่านเสียงแห่งพระธรรมที่ดังก้องไปในทุกยุคทุกสมัย

ตลอดการเดินทางในเส้นทางแสวงบุญ บนดินแดนพุทธภูมิแห่งนี้ คณะได้ประกอบศาสนกิจที่สำคัญทั้งการทำวัตรเช้า-เย็น พร้อมๆ กับการสวดเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ผู้ร่วมคณะ การนั่งสมาธิ การสมาทานศีล และร่วมทอดผ้าป่าถวายวัดไทยในอินเดีย อาทิ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์,วัดไทยลุมพินี ,วัดไทยเชตวันมหาวิหาร ,วัดไทยสารนาถ เป็นต้น
พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล กล่าวถึงการเดินทางในครั้งนี้ว่า การได้นำพระสงฆ์ ซึ่งเป็นสายโลหิตของพระบรมศาสดา มายังดินแดนแห่งการตรัสรู้ ถือเป็นบุญอันมหาศาล เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนา ทั้งสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐทเทศนา และสถานที่ดับขันธปรินิพพาน แม้จะผ่านมานานกว่า 2,500 ปี แต่ยังคงเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธา ของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เมื่อพระสงฆ์ก้าวเข้าสู่สังเวชนียสถาน ได้สวดมนต์บทที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เมื่อครั้งพุทธกาล นั่นไม่ใช่เพียงแค่การรำลึกถึงพระพุทธองค์ แต่เป็นการซึมซับพลังของพระธรรม และเติมเต็มกำลังใจในการดำเนินชีวิตสมณะ
ซึ่งหมายถึง ชีวิตที่ต้องต่อสู้กับกิเลสและความท้าทายทั้งหลาย การเดินทางมาครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การมากราบไหว้สักการะ หากแต่เป็นการเดินทางเพื่อเข้าใจถึงแก่นแท้ของพระศาสนา เข้าใจว่าทำไมคำสอนของพระพุทธเจ้ายังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับรากของ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ยังคงแตกกิ่งก้านแผ่ไพศาล

น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น ประเทศอินเดีย ยังคงเป็นดินแดนที่สะท้อนธรรมะได้อย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงเพราะเป็นแผ่นดินแห่งพุทธศาสนา แต่ยังเป็นดินแดนที่มีทุกอย่างให้เรียนรู้ ทั้งความทุกข์ ก่อให้เกิดปัญญา ความขัดแย้ง ผลักดันให้เกิดความเข้าใจ แม้กระทั่งขอทานที่ดำรงอยู่ในวิถีชีวิตมานานนับพันปี ก็เป็นภาพสะท้อนของสังคม ซึ่งเชื่อในความเมตตา และการให้ที่ไม่สิ้นสุด ในแผ่นดินที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ทุกอย่างมีไว้เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ และทุกความเปลี่ยนแปลงล้วนเป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงธรรมะที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน
การเดินทางครั้งนี้ ของคณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนกว่า 200 รูป/คน จึงถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่า สานต่อเส้นทางบุญ นำมาซึ่งความอิ่มเอมในหัวใจ ที่มิอาจลืมเลือน …
เตชิต เสาะแสวง

