เมื่อวันที่ 28 มีนาคม น.ส.ทัศชล เทพกำปนาท รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมผู้บริหาร สวธ.เดินทางมาพบชาวไทยที่วัดป่าธรรมชาติ เมืองลาพวนเต้ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในครั้งนี้ เนื่องจาก สวธ.กำหนดจัดโครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน ที่นครลอสแอนเจลิส และนครซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย จึงถือโอกาสพบปะหารือในการดำเนินงานวัฒนธรรมของชาวไทยที่วัดป่าธรรมชาติ เพื่อขอความร่วมมือเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม โดยจัดตั้งสภาวัฒนธรรมไทยในสหรัฐอเมริกาแห่งเมืองลาพวนเต้ เพื่อส่งเสริมให้ชาวไทยในต่างประเทศ ตลอดจนชาวต่างประเทศ ตระหนักถึงคุณค่าวัฒนธรรมไทย และร่วมผลักดันงานวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทยในต่างประเทศสู่สายตาชาวต่างชาติ
น.ส.ทัศชลกล่าวต่อ วัดป่าธรรมชาติมีความพร้อมเป็นสภาวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศได้ เพราะมีคนไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองลาพวนเต้รวมกันเป็นองค์กร มีกิจกรรมสำคัญที่ทำมาแล้ว จากการหารือครั้งนี้ องค์กรที่เกี่ยวข้องได้ลงมติเพื่อเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม ได้แก่ วัดป่าธรรมชาติ เป็นเครือข่ายภาคธุรกิจ กลุ่มโรงเรียนวัดป่าธรรมชาติ วันอาทิตย์ เป็นเครือข่ายภาควิชาการ และกลุ่มโรงเรียนสมาธิ เป็นเครือข่ายภาคประชาชน หลังจากนี้จะจดแจ้งขอเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมกับ สวธ.เมื่อได้รับการรับรองแล้ว ผู้แทนองค์กรจะดำเนินการจัดประชุมเพื่อให้ได้คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมไทยเมืองลาพวนเต้ จากนั้นคัดเลือกผู้แทน 1 คน เป็นประธานสภาวัฒนธรรมฯ และคัดเลือกตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม
“ปัจจุบันมีสภาวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศที่จัดตั้งแล้ว 9 แห่ง อยู่ในสหรัฐ 3 เมือง นอกนั้นอยู่ในแคนาดา เยอรมัน ลาว กัมพูชา พม่า และจีน ประโยชน์ของการจัดตั้งสภาวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ เป็นการแสดงพลังชุมชนชาวไทยในต่างประเทศที่สนใจวัฒนธรรมรวมตัวกันสอนลูกหลานให้รู้จักวัฒนธรรมไทย เพราะในต่างแดนมีโอกาสน้อยในการสัมผัสวัฒนธรรมไทย แต่ที่วัดป่าธรรมชาติได้จัดการสอนวิชาดนตรีไทย นาฏศิลป์ ภาษาไทย และพระพุทธศาสนา ให้กับเยาวชนไทย ตลอดจนชาวไทยที่สนใจเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังเผยแพร่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม ทั้งสงกรานต์ ลอยกระทง และมารยาทไทยที่เข้มแข็ง ทำให้วัฒนธรรมไทยงอกงาม และปรากฎในลอสแอนเจลิส ตลอดจนลูกหลานได้เรียนรู้รากเหง้าตนเอง” น.ส.ทัศชล กล่าว
น.ส.ทัศชลกล่าวอีกว่า สภาวัฒนธรรมในต่างประเทศตาม พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2553 มีเจตนารมณ์ให้องค์กรภาคประชาชน มีอิสระในการทำงาน เพราะชุมชนเป็นเจ้าของวัฒนธรรม ไม่ควรถูกครอบงำ โดย สวธ.มีหน้าที่อำนวยความสะดวก และสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆ สำหรับงบประมาณเงินอุดหนุนสภาวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศยังไม่มีในขณะนี้ สวธ.อยู่ระหว่างต่อรอง และจัดทำข้อตกลงกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง แต่ที่ สวธ.สนับสนุนได้ทันที เช่น งบฯ ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินให้แก่ครูดนตรีไทยเพื่อมาสอนในต่างประเทศ และเชิญศิลปินแห่งชาติมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เยาวชน ตลอดจนสนับสนุนสถานที่ฝึกอบรมหากเยาวชนไทยกลับมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่บ้านเกิด ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ทางกลุ่มคนไทยขอสนับสนุนเครื่องดนตรีไทยให้แก่เด็กๆ ที่มาเรียน ตลอดจนเครื่องแต่งกายด้านนาฏศิลป์ เช่นเดียวกับสภาวัฒนธรรมไทยทั้งใน และต่างประเทศแห่งอื่น ซึ่งตนได้รับเรื่องไว้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้ของบสนับสนุนจากรัฐบาล แต่กลับถูกปฏิเสธ และแจ้งว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทั้งที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้เยาวชนเรียนดนตรีไทย 1 คน 1 เครื่องดนตรี



