กรมศิลปากร โดย นายมณเฑียร ชูเสือหึง จิตรกรเชี่ยวชาญ สํานักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ได้อัญเชิญโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 24 โครงการจากทั้งหมดกว่า 4,000 โครงการ และนารายณ์อวตาร มาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวจิตรกรรมสุดวิจิตร ลงบนฉากบังเพลิงที่ใช้สำหรับกั้นลมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดยด้านหน้าฉากบังเพลิงทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วยนารายณ์อวตารในปางต่างๆ รวม 8 ปาง กลุ่มเทวดาที่ลงมาแสดงสักการะแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยภายหลังจากสเก็ตช์สีต้นแบบ และคัดลอกลายลงบนผ้าใบแคนวาสแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการลงสีเหมือนจริงเพื่อนำไปติดตั้งที่ฉากบังเพลิงเป็นลำดับถัดไป
ส่วนด้านหลังฉากบังเพลิง มีลวดลายเหมือนกันทั้ง 4 ด้าน คือ พระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” โดยมีดอกดาวเรืองแทรกอยู่ตรงกลาง รอบข้างเป็นดอกไม้มณฑาทิพย์ที่ร้อยเป็นลายเฟื่องอุบะห้อยอยู่ ล่างสุดประกอบด้วยดอกไม้มงคล อาทิ ดอกบัวเงิน ดอกบัวทอง ดอกบัวสวรค์ ผูกด้วยดอกและใบบัวล้อสายน้ำ ลายเมฆและลวดลายไทย โดยมีใบหญ้าแฝกแทรกอยู่ตามดอกบัว ขนาบด้วย “พุ่มต้นไม้ทอง” ซึ่งเป็นการนำดอกไม้มณฑาทิพย์มาร้อยเรียงให้เป็นพุ่ม สื่อถึงการนำมาถวายสักการะแด่ในหลวง ร.9
เฉพาะในส่วนของนารายณ์อวตารในจิตรกรรมบนฉากบังเพลิงทั้ง 4 ด้าน ถ่ายทอดมาจากพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 6 มีรายละเอียด ดังนี้
ทิศเหนือ

ปางที่ 1 มัสยาอวตาร ทรงอวตารเป็นปลากรายทอง
ปางที่ 2 กูรมาวตาร ทรงอวตารเป็นเต่า
ทิศตะวันออก

ปางที่ 3 วราหาวตาร ทรงอวตารเป็นหมูป่า
ปางที่ 4 นรสิงหาวตาร ทรงอวตารเป็นนรสิงห์
ทิศใต้

ปางที่ 6 ปรศุรามาวตาร ทรงอวตารเป็นพราหมณ์ปรศุราม (ผู้ใช้ขวานเป็นอาวุธ)
ปางที่ 7 รามาวตาร ทรงอวตารเป็นพระรามในรามเกียรติ์
ทิศตะวันตก

ปางที่ 8 กฤษณาวตาร ทรงอวตารเป็นพระกฤษณะ
ปางที่ 10 กัลกยาวตาร ทรงอวตารเป็นมนุษย์ขี่ม้าขาว
ด้านหลังฉากบังเพลิง

พระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” โดยมีดอกดาวเรืองแทรกกลาง ลายดอกไม้มงคล ดอกไม้ทิพย์ และพุ่มต้นไม้ทอง

