เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่สถานกงสุลไทยนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ทัศชล เทพกำปนาท รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) พร้อมด้วยนายกมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ปี 2540 เปิดโครงการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติ ตามโครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ “ครุศิลปะ สร้างสรรค์งานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ” รุ่นที่ 8 เพื่อเผยแพร่ผลงานศิลปะของครุศิลปะผู้มีผลงานดีเด่น ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 10 เมษายน โดย น.ส.ทัศชล กล่าวว่า โครงการครุศิลปะฯ ได้คัดเลือกครู อาจารย์ที่สอนศิลปะจากทั่วทุกภาคของประเทศ 70 คน มาอบรมภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ที่หออัครศิลปิน รวมถึง สร้างชิ้นงานศิลปะ ก่อนจะคัดเลือกครูผู้มีผลงานดีเด่น 10 คน เดินทางมาสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์งานศิลปะ รวมถึง จัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานศิลปะที่สถานกงศุลใหญ่ฯ ครูอาจารย์กลุ่มนี้จะได้เรียนรู้งานศิลปะระดับโลก ได้นำผลงานมาจัดแสดงในต่างประเทศ มีภัณฑารักษ์ต่างชาติเป็นเครือข่ายทำงาน โครงการนี้มีเป้าหมายสร้างบุคคลต้นแบบนำความรู้ไปพัฒนา และปรับปรุงรูปแบบการเรียนศิลปะของเยาวชนไทย นอกจากนี้ จะจุดประกายให้ศิลปินไทยให้เกิดแรงบันดาลใจพัฒนาศักยภาพตัวเองก้าวสู่ระดับสากล สร้างสรรค์งานศิลปะที่มีคุณค่าคืนให้แก่สังคม หรือกลับไปจัดตั้งหอศิลป์ในท้องถิ่นของตนเอง
“การลงทุนด้านศิลปะอาจไม่เห็นผลเรื่องตัวเงิน แต่ช่วยบ่มเพาะให้คนมีจิตใจที่สุนทรี อ่อนโยน มองโลกในแง่ดี ซึ่งครู อาจารย์กลุ่มนี้ จะเป็นต้นแบบให้กับเยาวชนรุ่นต่อๆ ไป เช่นเดียวกับ 7 รุ่นที่ผ่านมา รวมถึง การศึกษาดูงานศิลปะระดับโลกได้ โดยนายกมล ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า ศิลปินสองซีกโลก บรรยายให้ความรู้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี และนำความรู้กลับไปพัฒนาตัวเอง สถานศึกษา และชุมชนที่อาศัยอยู่ได้” น.ส.ทัศชลกล่าว
นายกมล กล่าวว่า ครู อาจารย์นำผลงานศิลปะมาแสดงครั้งนี้ มีทั้งครูประถม ครูมัธยม ครูสอนศิลปะให้โรงเรียนเตรียมทหาร ครูชาวดอยที่มาไกลจาก อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งแต่ละคนสร้างงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน ผลงานแต่ละชิ้นเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ชมที่เข้ามามีส่วนร่วม โครงการนี้ครูจะได้พัฒนาตัวเอง และนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับเยาวชนผู้เรียน หลังจากมีโอกาสได้ไปเปิดหูเปิดตาในพิพิธภัณฑ์ และชมผลงานระดับโลก ถือเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ คิดว่าครูกลุ่มนี้จะนำประสบการณ์ที่ได้ไปถ่ายทอดให้ยุวศิลปินรุ่นต่อๆไป ทั้งนี้ ตนตั้งใจจะทำโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะศิลปินแห่งชาติเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่แตกกิ่งก้านสาขา ทำให้เกิดเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ซึ่งก็คือครูศิลปะเหล่านี้ ได้ไปสร้างผลงานกระจายไปในทุกภูมิภาค

น.ส.จันทรา เวียงจันทร์ หรือครูเปิ้ล โรงเรียนบ้านมูเซอ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า โรงเรียนบ้านมูเซอ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียนประมาณ 300 คน ตนสอนชั้น ม.3 และ ม.4 ผลงานที่สร้างชื่อว่า “กระดานดำ” สะท้อนถึงการเรียนการสอน และการใช้ชีวิตของเด็กที่อยู่บนดอยที่ห่างไกล และไม่รู้จักกับเทคโนโลยี เด็กที่นั่นจะขาดโอกาสในการรับรู้เรื่องราวของสังคม ดังนั้น ครูจึงมีหน้าที่สื่อสารทุกอย่างให้เด็กเข้าใจผ่านกระดานดำ และชอล์ก ที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ด้วยภาพ อาทิ เรื่องสัตว์ทะเล ซึ่งเด็กที่อยู่ในพื้นที่บนดอยจะไม่เคยเห็น ก็ต้องสื่อออกมาให้เขาได้จินตนาการตามได้ แต่บางครั้งก็ขาดแคลน ไม่มีชอล์กที่จะใช้สอนเด็ก เพราะงบประมาณที่ได้จากรัฐไม่เพียงพอที่จะใช้จัดซื้อ ฉะนั้น วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนที่มีจึงมีค่ามาก เด็กบางคนเก็บชอล์กไว้ให้ครูใช้ต่อ จึงเป็นความประทับใจในการนำมาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้

นายสุกิจ ชูศรี อาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวว่า ภาพของตนได้แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตชนบท ที่เด็กรุ่นใหม่ทุกวันนี้ เกิด และเติบโต ด้วยเกษตรกรรมไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งคนส่วนมากมักจะคิดว่าเด็กสมัยนี้ไม่สนใจวิถีชีวิตการเกษตร เพราะหมกมุ่นกับเทคโนโลยี แต่ตนกลับคิดว่าเด็กยุคใหม่สามารถใช้ชีวิตที่ผสมผสานระหว่างสังคมเกษตรกรรมกับเทคโนโลยีได้อย่างดี จึงเกิดเป็นภาพดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีหลายหน่วยงานเปิดโอกาสให้ศิลปินได้มีช่องทางแสดงงานศิลปะของตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เท่าที่ดูนักเรียนก็นิยมเรียนศิลปะมากขึ้น แต่ผู้ปกครองยังมีค่านิยมในเรื่องการมีงานทำ ทำให้ไม่ส่งเสริมบุตรหลานให้มาเรียนทางด้านนี้


