เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมร่วมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการพิจารณาใช้อำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ใช้คำสั่ง คสช.ในส่วนที่เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพของสถาบันการศึกษา โดย คสช.จะมีคำสั่งปลดล็อกเปิดโอกาสให้คนไม่เป็นข้าราชการสามารถเป็นอธิการบดีได้นั้น เรื่องนี้ศธ. ไม่ได้เป็นผู้เสนอ แต่ คสช.เห็นปัญหาการบริหารงานในสถาบันอุดมศึกษา ที่ผ่านมามีการฟ้องร้องเรื่องการสรรหาอธิการบดี เมื่อศาลตัดสิน ก็จะพิจารณาเป็นรายกรณีไม่ใช่ใช้ได้กับทุกมหาวิทยาลัย เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยมีกฎหมายและข้อกำหนดเป็นของตนเอง ดังนั้นคำสั่งที่จะออกมาเพื่อให้การบริหารมหาวิทยาลัยสามารถเดินต่อไปได้ไม่หยุดชะงัก และไม่ได้ระบุถึงอายุด้วยว่าห้ามหรือไม่ห้ามผู้เกษียณอายุราชการ อย่างไรก็ตามขณะนี้มีหลายมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการสรรหาอธิการบดี บางแห่งกำลังเตรียมการสรรหา บางแห่งก็สรรหาแล้ว แต่ก็มีการร้องเรียนและฟ้องศาลกัน เมื่อเกิดกรณีแบบนี้ในส่วนของ ศธ.จะนำรายชื่อผู้ได้รับการสรรหาขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งก็ไม่สามารถทำได้ มีผลให้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยต้องหยุดชะงักไป
“ผมได้หารือเรื่องดังกล่าวกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เข้าใจปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าคำสั่ง คสช.ที่เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพของสถาบันการศึกษานี้ ทำเพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหล และไม่ต้องมาร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ได้รับการสรรหากันอีกในภายหลัง” รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว

