นายรัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีศาลปกครองนครราชสีมาซึ่งเป็นศาลปกครองชั้นต้น ได้มีคำพิพากษาให้ทุเลาการบังคับมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)บุรีรัมย์ วาระพิจารณาเลือกอธิการบดี และประกาศเรื่องผลการเลือกอธิการบดี มรภ.บุรีรัมย์ลงวันที่ 30 มกราคม 2560 กรณีสภามหาวิทยาลัยมีมติเสนอนางมาลิณี จุโฑปะมา อธิการบดีมรภ.บุรีรัมย์ ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 19 มีนาคม 2560 ขึ้นโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี โดยศาลให้เหตุผลว่าการแต่งตั้งผู้เกษียณฯ ขัดกับพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีต้องเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษานั้น ล่าสุดตนทราบว่านายปัญญา เจริญพจน์ ผู้สมัครอธิการบดีมรภ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้ฟ้อง ได้มีการฟ้องข้อหาเพิ่มเติมต่อศาลปกครองนครราชสีมา เนื่องจากสภาฯได้ตั้งนางมาลิณี เป็นรักษาการอธิการบดี ทั้งที่อธิการบดีและรักษาการอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติเหมือนกัน อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆ นี้ ทางนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ได้ทำหนังสือถึงมรภ.บุรีรัมย์ แจ้งว่าจะยังไม่มีนำรายชื่อนางมาลิณี ขึ้นทูลเกล้าฯ โปรดเกล้าจนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งอย่างอื่น
นายรัฐกรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้รับรายงานว่ากรณีปัญหาของมรภ.ร้อยเอ็ด ก็ได้มีการยื่นฟ้องสภามหาวิทยาลัยต่อศาลปกครองอุบลราชธานีซึ่งเป็นศาลปกครองชั้นต้น เนื่องจากได้มีการเสนอนายเฉลย ภูมิพันธ์ อายุ 63 ปี ขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นอธิการบดีมรภ.ร้อยเอ็ด ซึ่งนอกจากเป็นผู้เกษียณฯ แล้ว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมรภ.ชัยภูมิตามคำสั่งมาตรา 44 อยู่ด้วย ซึ่งเท่ากับว่า เป็นการควบตำแน่งอธิการบดี 2 แห่ง ส่วนมรภ.เทพสตรี ได้ข่าวว่ามีผู้เตรียมฟ้องร้องสภาฯ ต่อศาลปกครองชั้นต้น เนื่องจากในการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีมติเสนอผู้ที่เกษียณฯ เป็นอธิการบดี

