‘นักวิชาการ’ห่วงใช้โอเน็ตสอบ ม.1/ม.4 ทำปัญหากวดวิชาพุ่ง แนะกำหนดสัดส่วน

20.04.25 | 11:40 น.

‘นักวิชาการ’ห่วงใช้โอเน็ตสอบม.1/ม.4 ทำปัญหากวดวิชาพุ่ง แนะกำหนดสัดส่วน

นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส. บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ตามที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะทำงานเรื่องการบริหารจัดการสอบทุกรูปแบบ เตรียมเสนอปรับวิธีการสอบเข้าเรียนต่อ ชั้นมัธยมศึษาปีที่ 1 และม.4 โดยเฉพาะมาตรฐานของข้อสอบที่ใช้ในการสอบคัดเลือก ซึ่งยังไม่มีความสอดคล้องหรือเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมีแนวคิดในการนำการทดสอบทางการศึการะดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต มาปรับใช้เป็นข้อสอบกลางเพื่อให้แต่ละโรงเรียนใช้ในการคัดเลือก และอาจจะขอให้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงจัดให้มีการสอบออนไลน์ตามศูนย์สอบกลางในจังหวัดต่างๆในลักษณะเช่นเดียวกันกับการทดสอบความถนัดทั่วไปหรือ TGAT และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ TPAT นั้น โดยหลักการตนเห็นด้วยกับการใช้คะแนนโอเน็ตมาเป็นองค์ประกอบในการเข้าเรียนต่อชั้นม.1 และม.4 แต่ไม่เห็นด้วยที่จะนำข้อสอบโอเน็ตมาใช้ในการคัดเลือก 100% เพราะโอเน็ต วัตถุประสงค์ของการสอบโอเน็ต เป็นการวัดผลการเรียนรู้ตลอดหลักสูตร ไม่ใช่ข้อสอบคัดเลือก

“ผมเห็นด้วยหากใช้โอเน็ตเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการคัดเลือกเด็กเข้าเรียน เหมือนช่วงหนึ่งที่ ศธ. เคยใช้ ทำให้เด็กเห็นความสำคัญของการสอบโอเน็ตมากขึ้น เป็นวิธีการหนึ่งเพื่อจูงใจให้เด็กมาสอบ ซึ่งส.บ.ม.ท.เองเคยเสนอเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ไม่ได้รับความสนใจ ทั้งนี้ หากจะใช้โอเน็ตในการรับเด็กเข้าเรียน ควรใช้เป็นสัดส่วน ร้อยละ 10 หรือร้อยละ30 เป็นต้น ส่วนที่เหลือใช้คะแนนสอบของโรงเรียนหรือคะแนนเก็บอื่น ๆ ที่โรงเรียนแต่ละแห่งกำหนด ไม่ใช่ใช้คะแนนโอเน็ตในการคัดเลือกเลือกเด็กเข้าเรียนทั้ง 100% เพราะจะทำให้เด็กมุ่งแต่สอบโอเน็ต เกิดปัญหาเด็กแห่ไปกวดวิชาขึ้นมาอีก อีกทั้งยังไม่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลอีกด้วย”นายณรินทร์ กล่าว

นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หากทำแบบนี้ จะทำให้เด็กสนใจสอบโอเน็ตมากขึ้น ที่ผ่านมาเด็กไม่เห็นความสำคัญของการสอบโอเน็ต เพราะไม่รู้ว่าสอบไปแล้วได้อะไร ทั้งที่โอเน็ตมีความสำคัญในการวัดความรู้ตลอดหลักสูตร ทำให้โรงเรียนและครูสามารถนำผลสอบไปใช้พัฒนาเด็กและพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนการจัดตั้งศูนย์สอบกลาง เพื่อแก้ปัญหาเด็กที่ต้องเดินทางเข้ามาสอบเข้าเรียน ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงนั้น ส่วนตัวก็เห็นด้วย ถือเป็นแนวคิดที่ดี เด็กไม่ต้องวิ่งรอกสอบ และเท่าที่ทราบบางโรงเรียนมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแล้วเช่นเดียวกัน