‘หมอธี’ ชงผลสอบ CCTV ให้ป.ป.ช.ฟัน

31.03.17 | 18:42 น.

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ.  ในฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาทุจริต ศธ. ว่า จากการลงพื้นที่ 5 โรงเรียนในจ.สงขลาและ.จ.ปัตตานี ตรวจสอบการดำเนินโครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในโครงการSafe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งดำเนินการโดย 4 บริษัท นั้น จากการตรวจสอบพบว่าของที่โรงเรียนตรวจรับไม่ตรงกับที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ ทีโออาร์ โดยในทีโออาร์ระบุว่า ระบบต้องมีซอฟท์แวร์สามารถรองรับกล้องวงจรปิดได้ไม่น้อยกว่า 16 กล้อง แต่การตรวจสอบพบว่า มีซอฟท์แวร์รองรับได้แค่ 6 กล้อง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและไม่ตรงกับที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานมาว่า รองรับได้ 6 กล้องถูกแล้ว ในสัปดาห์หน้าตนจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เรื่องนี้สาวถึงใครคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ โครงนี้ดำเนินการในโรงเรียน 1,104 แห่ง  แห่งละ 16 จุด เมื่อ License หรือ ระบบที่รองรับหายไปแห่งละ 10 จุด จุดละ 5,500 บาท รวมมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 67 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าเงินไม่สำคัญ แต่เมื่อมีการทุจริตขึ้นมา เราก็ไม่ยอม และยืนยันว่างานนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดู แน่นอน

ด้าน พล.ท.โกศล กล่าวว่า ตนพร้อมทีมกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ลงไปตรวจในโรงเรียน แห่ง ที่ดำเนินการโดย บริษัทซึ่งประมูลได้ในโรงเรียน 1,104 แห่ง โดยเน้นดูในเรื่องเอ็นวีอาร์ (NVR) หรือ License ซึ่งมีปัญหา เพราะข้อกำหนดคุณลักษณะของ License ที่ระบุไว้ต้องสามารถบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดชนิด IP Network Camera ได้ไม่น้อยกว่า 16 กล้อง แต่ทั้ง บริษัท ติดตั้งโปรแกรมที่ได้รับลิขสิทธิ์ถูกต้อง เพื่อใช้กับเครื่องบันทึกเพียง 6 License เท่านั้น มีผลทำให้กล้องสามารถบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดชนิด IP Network Camera ได้เพียง กล้อง ซึ่งหากในอนาคต ศธ.เห็นว่าจำเป็นต้องติดตั้งกล้องเพิ่ม มากกว่า กล้องจะต้องเสียงบประมาณในการจัดซื้อโปรแกรมที่ได้รับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทไม่ได้ออกแบบหรือติดตั้งโปรแกรม ให้สามารถดูภาพผ่าน Web Browser ในทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามเอกสารทีโออาร์ ที่กำหนดให้ บริษัทฯคู่สัญญาต้องออกแบบระบบเน็ตเวิร์คภายในโรงเรียน/สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้เพียงพอกับการเชื่อมต่อระบบควบคุมกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวี แบบดิจิทัล ด้วย

“บริษัทที่มาติดตั้งกล้องวงจรปิด ทำผิดทีโออาร์ คือ ติด License ไม่ครบ ขณะที่คณะกรรมการตรวจรับก็ตรวจรับไม่เป็นไปตามทีโออาร์  ซึ่งรัฐมนตรีว่าการศธ.ให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อ ซึ่งอาจจะมีการตรวจสอบขยายผลไปยังจุดอื่นๆ ไม่ใช่เฉพาะเรื่อง License และ Web Browserที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ”พล.ท.โกศล กล่าว