ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า บทบาทของ สมศ. ในระบบการศึกษาไทย ต้องไม่ใช่เพียง “ผู้ประเมิน” แต่ต้องเป็น “กัลยาณมิตร” ที่ทำงานร่วมกับสถานศึกษา และหน่วยงานต้นสังกัดอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิดที่ว่า “การประกันคุณภาพไม่ใช่งานเฉพาะเทศกาล แต่ต้องทำทุกวัน เหมือนการดูแลบ้านของเรา” โดยยึดวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act) ในการขับเคลื่อนการพัฒนา และวางรากฐานวัฒนธรรมคุณภาพในสถานศึกษาทุกระดับ
ผู้อำนวยการสมศ. กล่าวต่อว่า นอกจากการขับเคลื่อนระบบการประเมินคุณภาพภายนอกแล้ว สมศ. ให้ความสำคัญกับการสร้าง “ความร่วมมือในการพัฒนา” ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานต้นสังกัด และองค์กรระหว่างประเทศ โดยล่าสุดได้ร่วมประชุมประสานภารกิจกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ พร้อมรายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษากว่า 5,000 แห่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของ สมศ. ต่อหน่วยงานต้นสังกัด โดยพบว่าคุณภาพครู ผู้สอน ส่งผลต่อผลลัพธ์ของผู้เรียน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำเสนอในรูปแบบ Dashboard เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย สำหรับเป้าหมายในอนาคต สมศ. จะเดินหน้าเป็น ONESQA Academy โดย สมศ.จะเน้นการประเมินเพื่อพัฒนา ภายใต้ความเป็นกัลยาณมิตร พร้อมยืนหยัดบนหลักจริยธรรมในการเผยแพร่ข้อมูล เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศเท่าที่จำเป็นให้ผู้ปกครองชุมชนและสังคมทราบอย่างโปร่งใส
“ภายใต้เป้าหมายดังกล่าว สมศ. ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบ Dashboard Presentation ให้ครอบคลุม เข้าใจง่าย และแสดงผลแบบเรียลไทม์ ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างปลอดภัยและโปร่งใส เพื่อเร่งขับเคลื่อน สมศ. สู่ความเป็น ONESQA Academy อย่างเต็มรูปแบบ กล่าวคือร่วมสร้างวัฒนธรรมคุณภาพภายในสถานศึกษาให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาไทยอย่างแท้จริง ภายใต้ความท้าทายที่การศึกษาของไทยต้องเผชิญ ทั้งจากความแตกต่างของบริบทประเภทสถานศึกษาในเมืองและพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการแข่งขันในระดับสากล” ศ.ดร.องอาจ กล่าว

