‘บิ๊กอุ้ม’ เปิดเวทีเสวนาเข้ม แก้บุหรี่ไฟฟ้า สร้างความตระหนักรู้ หวังทุกพื้นที่ร่วมแก้ปัญหา

6.05.25 | 11:06 น.

‘บิ๊กอุ้ม’ เปิดเวทีเสวนาเข้ม แก้บุหรี่ไฟฟ้า สร้างความตระหนักรู้ หวังทุกพื้นที่ร่วมแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกล่าวเปิดงานประชุมเสวนาวิชาการ “การป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา” ว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัญหาหลักของสังคมไทย เพราะสามารถหามาสูบได้ง่าย และหากติดตามข่าวสารก็จะพบว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีลูกเล่นมากขึ้นเพื่อดึงดูดให้คนมาใช้งาน ซึ่งเด็กมีความอยากรู้อยากลองเป็นธรรมดา ฉะนั้นเวทีเสวนาครั้งนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ มีการทบทวนประสบการณ์ของวิทยากรในการหาวิธีป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดต่างๆ

“ในการป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าผมอยากให้หาต้นเหตุของบุหรี่ไฟฟ้าพยายามทำความเข้าใจ และเข้าถึง เพื่อให้เกิดหนทางในการแก้ไข ผมหวังว่าในการเสวนาครั้งนี้จะทำให้มีกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นและการเสวนาครั้งนี้ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นเพียงแค่ที่ศธ.แต่อยากให้เข้าถึงทุกพื้นที่ เนื่องจากประเทศไทยมี 77 จังหวัดบริบทในการจัดการปัญหาของแต่ละพื้นที่ย่อมแตกต่างกัน ฉะนั้นอยากให้หน่วยงานการศึกษารับฟังและนำข้อคิดที่ได้จากงานนี้ไปปรับใช้”พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนของศธ.ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าโดยการสร้างความตระหนักรู้ให้เท่าทันพิษภัยและโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งต่อสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญาให้แก่นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารทุกระดับ และเจ้าหน้าที่ อาทิ สอดแทรกเนื้อหาหรือหลักสูตรการเรียนการสอน กิจกรรม และสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ

Advertisement

“ทั้งนี้ผมยังให้ผู้รับผิดชอบสถานศึกษาหรือสถานที่ทำงาน จัดให้มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้เห็นได้โดยชัดเจนว่าเป็นเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมไปถึงให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นสอดส่อง ดูแลหรือป้องกันมิให้นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ เข้าไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าทั้งการสูบ จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง หรือสนับสนุนอย่างหนึ่งอย่างใด และหากมีกรณีตรวจพบ หรือมีการร้องเรียนกล่าวหา หรือกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ใดเช้าไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยตามอำนาจหน้าที่ทันที”พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ในปีการศึกษานี้ศธ.จะมีมาตรการแก้ไขที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า แต่รวมไปถึงสิ่งอบายมุขต่างๆที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กนักเรียน และหวังว่าหลังการเสวนาครั้งนี้จะทำให้เกิดมาตรการป้องกันใหม่ๆเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ทั้งนี้ภาพรวมของปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าที่ส่งผลต่อเด็กนักเรียนคาดว่ามีการลดลง เนื่องจากหากดูสถิติจากปีที่ผ่านมาตั้งแต่ที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการมาในการจับกุมกวาดล้างจะพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำลายบุหรี่ไฟฟ้าได้มากถึง 10 เท่า ซึ่งเมื่อต้นทางสามารถดำเนินการทำลายแหล่งจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าได้จึงคาดว่าปัญหาในเด็กนักเรียนต้องลดลงเช่นกัน

“สำหรับสถานศึกษาผมเชื่อว่าบทบาทของเจ้าหน้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา (พสน.) มีพลังอย่างมากในการช่วยตรวจกวดขันปัญหาต่างๆของนักเรียน ซึ่งนอกพื้นที่สถานศึกษาฝากเจ้าหน้าที่พสน.ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่ด้วย และที่สำคัญผมไม่อยากให้เรื่องของการเอาผิดครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือข้าราชการผู้บริหารกระทรวงที่มีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ครอบครองจะโดนโทษวินัยเป็นเพียงคำพูดลอยๆเท่านั้น แต่จะต้องดำเนินการเอาผิดลงโทษทางวินัยอย่างจริงจังเป็นตัวอย่างให้เห็นด้วย เช่น การเพิ่มช่องทางให้มีคนร้องเรียน เป็นต้น อย่างไรก็ตามการดำเนินมาตรการแก้ไขบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาผมทำมาตั้งแต่ปี 68 แล้วและจากการสำรวจพบว่า เราแก้ปัญหานี้ได้อย่างจริงจังและบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาลดลง ดังนั้นผมขอฝากให้ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยเป็นพื้นที่สีขาวของนักเรียนด้วย” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว