ศธ.ห่วงใยครู-นักเรียน กำชับโรงเรียนรับเปิดเทอม เข้มสุขอนามัย เฝ้าระวังสุขภาพรายวัน
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. ได้ให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยที่เข้มข้นมาโดยตลอด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีแนวทางให้สถานศึกษาทั่วประเทศเตรียมความพร้อมในมิตินี้ และขอความร่วมมือในการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นก่อนเข้าเรียนอย่างเข้มงวด โดยเน้นย้ำให้โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนร่วมมือกันเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การกลับเข้าสู่รั้วโรงเรียนในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
“ในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้สถานศึกษาควรแนะนำให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในห้องเรียนหรือพื้นที่แออัด จัดจุดล้างมือหรือแอลกอฮอล์เจลในจุดที่เข้าถึงง่าย สังเกตอาการของนักเรียนทุกวัน หากพบอาการไข้ ไอ จาม ให้แยกนักเรียนเพื่อพักรักษาตัวทันที จัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนให้มีการระบายอากาศที่ดี และทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์การเรียน แยกนักเรียนที่มีอาการป่วยให้พักรักษาตัวอย่างเหมาะสม อีกทั้งทั้งมีระบบรายงานข้อมูลสุขภาพรายวันผ่านแอปพลิเคชัน หรือแบบฟอร์มออนไลน์ให้ผู้ปกครองมั่นใจ”นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การรณรงค์สร้างความเข้าใจในเรื่องสุขภาพในโรงเรียนผ่านกิจกรรมสื่อสารความรู้เรื่องสุขอนามัย และการดูแลสุขภาพในรูปแบบที่เหมาะกับวัยของเด็กแต่ละระดับ มีการให้คำปรึกษาโดยครูอนามัยหรือครูประจำชั้น เพื่อให้ตระหนักและดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งขณะนี้โรงเรียนหลายแห่งเริ่มมีการจัดเวรคุณครูดูแลจุดเข้าเรียน มีการสื่อสารให้ผู้ปกครองเตรียมความพร้อม เช่น การจัดของใช้ส่วนตัวแยกจากกัน เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า หรือหน้ากากสำรอง
“ขอฝากความห่วงใยผ่านครู ผู้เป็นด่านหน้าในการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดมากที่สุดในแต่ละวัน ให้ช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย เพราะความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของครู อาจเป็นเกราะป้องกันชั้นแรกที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัย ให้ผู้เรียนของเราก้าวเข้าสู่ภาคเรียนใหม่ด้วยความพร้อมและความมั่นใจ แม้จะเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงของโรคระบาด และยังคงยืนยันว่านโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เป็นแนวทางหลักในการบริหารจัดการโรงเรียนทุกระดับ ให้เกิดการเรียนรู้อย่างปลอดภัยและเติบโตอย่างสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ” นายสิริพงศ์ กล่าว

