จากกรณีที่ นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ได้ลงนามในคำสั่ง มม.อนุมัติให้รองอธิการบดีฝ่ายต่างๆ ของสำนักงานอธิการบดี มม.จำนวน 13 ราย ให้ลาออกจากตำแหน่งประเภทผู้บริหาร และมีคำสั่งแต่งตั้งทั้ง 13 ราย รักษาการแทนรองอธิการบดี มม. ซึ่งสาเหตุที่รองอธิการบดี มม.ยื่นหนังสือลาออก เพราะไม่ต้องการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เนื่องจากราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 40 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2560 โดยในข้อ 3 ให้เพิ่มเติมความต่อไปนี้ 103) สถาบันอุดมศึกษาในสังกัดรัฐ ได้แก่ รองอธิการบดี 104) สถาบันอุดมศึกษาในกำกับรัฐ ได้แก่ รองอธิการบดี เป็นต้นนั้น
นางพิรงรอง รามสูต รองอธิการบดีด้านสื่อสารบริการสังคมและพันธกิจสากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า สำหรับจุฬาฯไม่มีปัญหารองอธิการบดีจุฬาฯลาออก และจากที่ได้พูดคุยกับรองอธิการบดีจุฬาฯทั้ง 9 คน ไม่มีใครลาออกแน่นอน โดยนายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ ได้ให้นโยบายในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยจะให้คำแนะนำด้วยตัวเองเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ เนื่องจากนายบัณฑิตในฐานะอธิการบดีจุฬาฯ ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเช่นกัน
“ที่ปวดหัวกันตอนนี้คือมีเวลาจำกัดในการยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินฯ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยได้จัดระเบียบเอกสารกันมาก่อน อีกทั้งต้องยื่นภายใน 30 วัน ซึ่งเวลาจำกัด และน้อยมาก หนักใจกันว่าจะทำทันกระบวนการหรือไม่ แต่อธิการบดีรับจะติวเข้มให้ด้วยตัวเอง” นางพิรงรองกล่าว

