สพฐ.เผยเปิดเทอมใหม่เรียบร้อยทุกพื้นที่ กำชับโรงเรียนเข้มความปลอดภัยพร้อมซักซ้อมเผชิญเหตุ
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการเปิดภาคเรียนที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งภาพรวมการเปิดภาคเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่พบปัญหาอุปสรรคแต่อย่างใด ขณะเดียวกันการเปิดภาคเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่แม้จะมีปัญหาความไม่สงบเกิดขึ้นในพื้นดังกล่าว แต่ทุกโรงเรียนก็สามารถเปิดการเรียนการสอนได้อย่างเป็นปกติ
“ผมได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาขอให้ทุกโรงเรียนและทุกเขตพื้นที่ให้ดูแลความปลอดภัยสถานศึกษาอย่างทุกมิติด้วยไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด การพนันออนไลน์ บุหรี่ไฟฟ้า และการทะเลาะวิวาท ขอให้โรงเรียนมีการเฝ้าระวังปัญหาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้วทุกโรงเรียนจะต้องเฝ้าระวังเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดต่อโดยเฉพาะโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด -19 และโรคไข้หวัดใหญ่ จึงขอให้ทุกโรงเรียนยึดมาตรการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาการเว้นระยะห่างทางสังคม และการล้างมือก่อนรับประทานอาหาร”ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว
ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวต่อว่า ส่วนการสร้างโอกาสการเรียนรู้ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่นั้นขอให้ทุกโรงเรียนได้ติดตามเด็กที่หลุดระบบจากการศึกษาให้ตามกลับเข้ามาเรียนด้วย โดยสิ่งที่สำคัญคือขอให้ทุกโรงเรียนได้ยึดมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้ยกเลิกการให้ครูอยู่เวร ดังนั้นขอกำชับผู้บริหารโรงเรียนได้ปฏิบัติตามตามมติดังกล่าวด้วยพร้อมกับประสานเครือข่ายอาสาสมัครในชุมชนพื้นที่ต่างๆให้เข้ามาดูแลสถานศึกษา และทรัพย์สินของโรงเรียนแทนครู ซึ่งทุกโรงเรียนจะไม่มีคำสั่งการให้ครูต้องมาอยู่เวรอีกต่อไป
“ทั้งนี้เผมยังได้รับรายงานถึงเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งพบว่านักเรียนและ ครูบุคลากรทางการศึกษารับมีการอพยพนักเรียนออกมาได้ทันเวลา และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากทางโรงเรียนได้มีมาตรการในการเผชิญเหตุที่ไม่คาดฝัน ดังนั้นผมจึงขอให้ทุกโรงเรียนได้ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลาด้วยเนื่องจากทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเกิดเหตุการณ์ต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหวหรือไฟไหม้และอุทกภัย ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกโรงเรียนจะต้องตระหนักในการจัดทำแผนเผชิญเหตุและมีการซักซ้อมอยู่เป็นประจำทุกเดือนด้วยเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ ในวิธีการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ต่างๆ” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

