‘บิ๊กอุ้ม’ ถกผู้บริหาร ศธ. เทียบอินโด มาเลย์ ยกระดับการศึกษาไทย พร้อมสั่งเข้มความปลอดภัย-ป้องกันยาเสพติดในโรงเรียน
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจของผู้บริหารระดับสูงศธ.ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้นำเสนอการเปรียบเทียบคุณภาพการศึกษากับประเทศอื่นๆ โดยพบว่า ประเทศไทย อินโดนิเซีย มาเลเซีย มีคุณภาพศึกษาที่ใกล้เคียงกัน โดยมีการวัดระดับทั้งหมด 5 มิติ ดังนี้ 1.คุณภาพผู้เรียน 2.การเข้าถึงระบบการศึกษา 3.การเท่าเทียมทางการศึกษา 4.ประสิทธิภาพการจัดการศึกษา 5.การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีมิติบางด้านที่ไทยอยู่อันดับที่สูงกว่า ขณะเดียวกันก็มีมิติบางด้านที่ไทยอยู่อันดับที่ต่ำกว่า โดยสกศ.จะนำข้อมูลที่ได้เสนอไปวิเคราะห์และทำออกมาเป็นมาตรการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้นต่อไป
“ที่ประชุมได้มีการหารือในเรื่องของการป้องกันปัญหายาเสพติด ซึ่งผมได้กำชับให้พื้นที่ของสถานศึกษาไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือหน่วยงานในสังกัดศธ.ขอให้เป็นพื้นที่สีขาวที่ปลอดยาเสพติด รวมไปถึงอุบายมุขต่างๆ เช่น บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งของที่ผิดกฏหมาย การที่ข้าราชการนำมาใช้จึงถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและมีความผิดทางวินัย ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้มีการหารือ”พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว
พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ในการประชุมดังกล่าวได้มีการหารือถึงการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ซึ่งยังมีการใช้จ่ายงบประมาณที่ต่ำกว่าเป้า ดังนั้นตนจึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการด้วย ส่วนงบประมาณแปรญัติของศธ.นั้น ขณะนี้กำลังจัดทำคำของบดังกล่าวอยู่ เพราะบางโครงการศธ.ได้ทำเรื่องขอเพิ่มเติมไปแล้วก็ไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณตามที่ร้องขอ ขณะเดียวกันศธ.ได้มีการทำคำของบแปรญัติของการศึกษาปฐมวัย ประมาณ 12 ล้านบาท เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในมิติดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม
พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในที่ประชุมตนได้กำชับมาตรการความปลอดภัยของนักเรียน โดยช่วงนี้จะพบข้อมูลนักเรียนก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ซึ่งขอให้โรงเรียนมีมาตรการตรวจตราเฝ้าระวังพฤติกรรมนักเรียน และสอดส่องเรื่องการพกอาวุธในโรงเรียนของเด็กด้วย และได้กำชับไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการเข้มงวดในเรื่องของมาตรการป้องกันความรุนแรงภายในสถานศึกษา
“ผมยังได้สั่งการเพิ่มเติมในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout โดยขอให้สถานศึกษาไปตรวจสอบเด็กที่กลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาและกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะหลุดออกนอกระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่การขาดเรียนและหลุดออกนอกระบบ ทั้งนี้ในที่ประชุมผมได้มีการกำชับไปยังหน่วยงานต่างๆในสังกัดศธ.สำหรับมาตรการป้องกันภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น วาตภัย อุทกภัย และอัคคีภัย เพราะในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าสภาพภูมิอากาศของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่เกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน ฉะนั้นภัยธรรมชาติเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกพื้นที่ จึงต้องมีมาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัย”พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

