อว.ชี้ สหรัฐงดนัดทำวีซ่า ยังไม่กระทบน.ศ.ไทย เฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
กรณี รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของสหรัฐในต่างประเทศยุติการนัดหมายใหม่สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้เตรียมที่จะขยายการตรวจสอบไปถึงโซเชียลมีเดียของนักเรียนต่างชาติด้วย นั้น
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบข้อมูล การดำเนินการดังกล่าวจะไม่กระทบกับผู้ที่สัมภาษณ์วีซ่า ไปแล้ว แต่จะมีผลกับกลุ่มที่ยังไม่ได้นัดการสัมภาษณ์ ทั้งวีซ่า นักเรียน อาจารย์ และโครงการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ซึ่งทางสหรัฐอเมริกาขอให้หยุดดำเนินการไว้ก่อน เพื่อรอแนวปฏิบัติ การตรวจสอบข้อมูลจากโซเชียลมิเดีย ว่าผู้ที่จะเข้ามาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน หรือนักศึกษาทุน และอาจารย์ต่าง ๆ มีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อประเทศสหรัฐหรือไม่ เช่น เรื่องสงคราม ฯลฯ การชะลอเรื่องดังกล่าว น่าจะใช้เวลาไม่นานไม่นานเนื่องจากทางสหรัฐ รอเพียงแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนั้น จึงคิดว่า ยังไม่กระทบกับนักเรียน นักศึกษาไทย แต่ก็ต้องเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีความเปลี่ยนแปลงก็ต้องมาดูว่า จะสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง
“เท่าที่ดูเบื้องต้น เรื่องนี้ยังไม่มีผลกระทบกับนักเรียน นักศึกษาไทยในสหรัฐ และผู้ที่ได้รับการสัมภาษณ์วีซ่าเรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องรอดูสถานการณ์ โดยปัจจุบันมีนักศึกษาไทย ที่เรียนอยู่ในสหรัฐหลายร้อยคน ซึ่งมีทั้งทุนจาก อว. ทุนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ทุนรัฐบาล และทุนส่วนตัว โดยตอนนี้ทางไทยเองยังไม่สามารถทำอะไรได้เพราะก็คงต้องรอดูแนวปฏิบัติที่จะเกิดขึ้น คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน แต่ก็คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะข้อมูลของนักเรียนทุนที่กำลังจะไปศึกษาต่อ และนักเรียนไทยในสหรัฐ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ไม่ให้ประสบปัญหาในอนาคต”ปลัดอว. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เท่าที่ดูสถานการณ์ในสหรัฐขณะนี้ค่อนข้างมีความไม่แน่นอนกับนักศึกษาไทย นายศุภชัย กล่าวว่า ทางอว. เองก็คิดเช่นนั้น จึงได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเท่าที่ดูข้อมูลเรื่องที่ทางสหรัฐให้ความสำคัญ คือ กลุ่มที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นเรื่องสงคราม หรือแสดงการต่อต้านในเรื่องสงคราม ซึ่งเท่าที่ดูนักศึกษาไทย ยังไม่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ดังนั้นจึงยังไม่เป็นปัญหา

