จี้อว.แก้วิกฤตมหา‘ลัยล้นตลาด แนะปฏิรูปอุดมศึกษา-ยุบรวมสถาบัน
นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า วิกฤตในอุดมศึกษาไทยที่มีจำนวนมหาวิทยาลัยไม่สอดคล้องกับจำนวนของประชากร เกิดจากอดีต ที่นักการเมืองพยายามนำเรื่องอุดมศึกษา ลงไปสู่จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ จนเกิดเป็นการเปิดมหาวิทยาลัยในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) และมหาวิทยาลัยเอกชน
“ปัจจุบันสถาการณ์ของโลกและประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป อัตราการเกิดลดลง ลงส่งผลให้มีมหาวิทยาลัยล้นตลาด เกินความต้องการของผู้เรียน วิกฤตเหล่านี้ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องควรจะมีการลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าถึงเวลาของการปฏิรูปอุดมศึกษาแล้วหรือยัง”นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งวางแนวทางแก้ปัญหา เช่น การยุบ หรือควบรวมมหาวิทยาลัย จัดสรรมหาวิทยาลัยให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับจำนวนเด็กที่เกิดน้อยลง หรือ ทำมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพในสาขาวิชาที่เป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อดึงดูดผู้เรียน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือแนวทางที่หน่วยงานอุดมศึกษาต้องตั้งคำถามเพื่อหาแนวทางการอยู่รอดของอุดมศึกษาไทยและสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุดใน 10 ปีข้างหน้า
“การปล่อยให้มหาวิทยาลัยขนาดเล็กที่ไม่มีผู้เรียนถูกยุบหรือปิดตัวลงไปตามธรรมชาติคงจะเป็นไปได้ยาก ฉะนั้นหากไม่มีการควบรวมโดยหน่วยงานอุดมศึกษา การกระจายทรัพยากร งบประมาณ ให้กับทุกมหาวิทยาลัยอย่างเป็นธรรมก็จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากเช่นกัน และปัญหาที่จะตามมาคือการจัดสรรจำนวนนักศึกษาให้มีความเท่าเทียม เนื่องจากต้นทุนของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง กับมหาวิทยาลัยขนาดเล็กมีความเหลื่อมล้ำกันอย่างชัดเจน”นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยระดับกลาง-ใหญ่ต่างก็เปิดรับเด็กเป็นจำนวนมาก สร้างผลกระทบให้มหาวิทยาลัยขนาดเล็ก จุดนี้รัฐบาลควรจะเข้ามาช่วยเหลือมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก โดยวางแนวทางควบรวม เพื่อกระจายทรัพยากรและงบประมาณให้ทั่วถึง ขณะเดียวกันต้องกำหนดเงื่อนไขในการผลิตบุคลากร เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ
“วงการอุดมศึกษาเป็นวงการที่มีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่มีความรู้ อยู่มากมายแต่กลับไม่มีใครกล้าพอที่จะเอาวิกฤตเหล่านี้มาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าหากมีการเริ่มวางแนวทางแก้ปัญหาจะมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถมากพอเข้ามาช่วยเหลืออ แต่ในตอนนี้จะต้องมีผู้ที่กล้าพอจะนำปัญหาเข้ามาพูดคุยก่อน”นายสมพงษ์ กล่าว

