‘ประเสริฐ’ ปลื้ม 1 ปี Thailand Zero Dropout เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษามากขึ้น จี้ทุกจังหวัดเร่งมือค้นหาช่วงเปิดเทอม
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ระดับชาติ ครั้งที่ 3/2568 โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เป็นประธาน
นายประเสริฐเปิดเผยว่า 11หน่วยงานได้รายงานความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หลังจากดำเนินงานมาแล้ว 1 ปี มีเด็ก เยาวชนเข้าสู่ระบบการศึกษามากยิ่งขี้น จากเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษา เมื่อเดือนธันวาคม 2566 มีจำนวน 1,025,514 คน แต่ปัจจุบันมีจำนวนเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษาปี 2567 จำนวน 880,463 คน
“ผมเห็นถึงความสำเร็จจากการลงพื้นที่ และได้มอบประกาศนียบัตรให้กับเด็กที่เข้าร่วมโครงการ เช่นที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ผมได้ฟังความฝันของเด็กและโครงการนี้ได้ทำให้ฝันนั้นเป็นจริง นั่นหมายถึงว่าโครงการนี้ได้เดินมาถูกทางแล้ว” นายประเสริฐกล่าว

นายประเสริฐกล่าวว่าเพื่อให้การดำเนินการบรรลุเป้าหมายมากยิ่งขึ้น จึงด้องมอบนโยบายเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ การค้นหาติดตามช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษายังคงต้องดำเนินต่อ ล่าสุดได้แต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดครบถ้วนทั้ง 77 จังหวัดแล้ว หลังจากนี้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และ 11 หน่วยงาน จะเน้นสื่อสาร สร้างความเข้าใจกับหน่วยงานในพื้นที่ให้ร่วมกันอย่างแข็งขันเพื่อติดตาม ช่วยเหลือ ส่งต่อ และดูแลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในช่วงเปิดเทอม ส่วนเด็กที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว ขอให้หน่วยจัดการศึกษาทุกหน่วยทุกสังกัดดูแลไม่ให้หลุดจากระบบซ้ำ ทำระบบการศึกษาให้ยืดหยุ่น มีคุณภาพ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
“อีกประเด็นสำคัญคือการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลของเด็กและเยาวชนไทยให้ครบถ้วน เช่น เด็กและเยาวชนที่ศึกษาอยู่ในศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 แห่งพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เพื่อจัดสรรเงินอุดหนุนผู้เรียน งบอาหารกลางวัน นมโรงเรียน สวัสดิการ รวมทั้งสนับสนุนสิทธิทางภาษีให้เท่าเทียมกับสถานศึกษาทั่วไป”นายประเสริฐกล่าว

นายประเสริฐกล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบโครงการ Mini Learn to Earn Model เพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษาในช่วงอายุ 16-24 ปี (กลุ่ม NEET) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ จำนวน 50,000 คน และจัดการประเมินเพื่อรับรองสมรรถนะและคุณวุฒิวิชาชีพ สร้างโอกาสในการมีงานทำ พร้อมทั้งเก็บประวัติการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบผ่าน E-Workforce Ecosystem Platform เชื่อมโยงเพื่อต่อยอดสู่การศึกษาในระบบในอนาคต รวมถึงการเชื่อมโยงเข้าสู่การจ้างงานหรือประกอบอาชีพอิสระในชุมชน โดยที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอโครงการดังกล่าวเพื่อรับเงินสนับสนุนตามแผนโครงการตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 2568 จำนวน 500 ล้านบาทต่อไป

