สพฐ.ขอเคส ‘ครูมัท’ เป็นกรณีสุดท้าย สั่งเขตพื้นที่ฯตั้งกก.สอบพิรุธ ร.ร. พร้อมทบทวนระเบียบพัสดุ
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมหยิบยกกรณี น.ส.อนุสรา หรือ ครูมัท ครูวัย 39 ปี โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ใช้เชือกผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพัก อ.ลำปลายมาศ โดยทิ้งจดหมายลาถึง 5 หน้ากระดาษ ซึ่งหน้าสุดท้ายเขียนถึงปัญหาการทำงานที่ตึงเครียดจนนำไปสู่การตัดสินใจครั้งนี้ มาหารือเป็นประเด็นใหญ่ ทั้งนี้ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน ว่ามีครูได้ใช้เชือกผูกคอตนเองจนเสียชีวิต โดยอ้างเหตุผลว่า มีความทุกข์ และมีปัญหาที่ต้องรับผิดชอบเรื่องการเงิน บัญชีและพัสดุ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าว ถือว่า เป็นปัญหาในภาพรวมของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งทุกโรงเรียนต้องดำเนินการตามระเบียบพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพราะสพฐ. จะโอนงบค่าดำเนินการการจัดการศึกษาลงไปที่โรงเรียนโดยตรง
“ผมขอแสดงความเสียใจ ต่อการจากไปของครูมัท โดยพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็มีความเป็นห่วง และกำชับว่าจะปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอีกไม่ได้ ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้ สำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ. ทบทวนคู่มือ เพื่อตรวจสอบประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ โรงเรียนแห่งนี้เท่านั้น แต่ก็อาจเกิดขึ้นกับโรงเรียนอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น สพฐ. จึงต้องออกแบบการดำเนินการใหม่ โดยใช้กรณีของโรงเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์ มาเป็นตัวอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีก อย่างไรก็ตามโดยปกติก่อนการใช้งบประมาณ ตามระเบียบกำหนดให้โรงเรียนจัดทำแผนความต้องการ เพื่อขออนุมัติผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง กรรมการตรวจรับพัสดุ และกรรมการแจกจ่ายพัสดุ ซึ่งหากดูตามจดหมายของครูมัท เข้าใจได้ว่า ระบบการบริหารพัสดุที่โรงเรียนดังกล่าวอาจจะมีปัญหา ทำให้ครูเกิดความเครียด ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่สพฐ. ที่จะต้องออกแบบและคิดวิธีการที่เหมาะสมต่อไป” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว
เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ สพฐ. เคยส่งหนังสือ แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และโรงเรียนทั่วประเทศ โดยกำหนดให้โรงเรียนที่มีนักเรียน จำนวน 60 คนลงมา ให้เขตพื้นที่ฯ จัดหาคนเข้าไปทำหน้าที่ธุรการแทน แต่บางโรงเรียนมีข้อจำกัดในเรื่องการเดินทาง และพอสอบถามบางแห่งอยากดำเนินการในเรื่องนี้เอง ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ว่า สพฐ. หรือ ศธ. จะไม่รับรู้ เรารับรู้ โดยเคยส่งครูธุรการไปประจำทุกโรงเรียน แต่ระยะหลังจำนวนครูธุรการลดลง เพราะจะนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอเข้ามาช่วย ดังนั้น เป็นเรื่องที่สพฐ. ต้องไปคิดว่า จะทำอย่างไรเพื่อจะลดภาระครู ให้ครูได้ทำหน้าที่สอนเป็นหลัก ส่วนภาระงานอื่น ๆ ก็ต้องมีหน่วยงานเข้ามาช่วย เช่นให้ เขตพื้นที่ ฯ ดำเนินการแทน
“เดิม สพฐ. มีการจัดสรรครูธุรการ ลงไปครบทุกโรงเรียน แต่ทุกวันนี้มองว่า สามารถใช้ครูธุรการร่วมกันได้ เพราะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ไม่เหมือนกับภารโรงที่ต้องมีครบทุกแห่ง เพื่อดูแลโรงเรียน และหากจัดสรรครูธุรการ ลงไปทุกแห่งจะเป็นภาระทางงบประมาณที่ค่อนข้างมาก เพราะสพฐ. มีโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศเกือบ 3 หมื่นโรงเรียน ดังนั้นจึงต้องคิด วิธีการอื่น ๆ เข้ามาช่วย โดยผมได้ย้ำกับผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ให้ไปกำชับกับผู้อำนวยการโรงเรียนให้ชัด ว่า ขอให้ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ส่วนตัวเข้าใจว่า สาเหตุที่ครูฆ่าตัวตาย น่าจะมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ เพราะเราต้องตั้งข้อสังเกตว่า โรงเรียนเกือบ 3 หมื่นแห่งแต่ทำไมที่นี่จึงเกิดปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดถึงขั้นนี้ เพราะฉะนั้น ผมได้สั่งการให้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) บุรีรัมย์ เขต1 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องในโรงเรียนนี้ทั้งหมด ตั้งแต่ผู้อำนวยการเขตฯ เจ้าหน้าที่พัสดุ เจ้าหน้าที่การเงิน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ว่าเกิดอะไรขึ้นในโรงเรียนนี้ และต้องมีคนรับผิดชอบ โดยให้เวลาในการตรวจสอบให้ได้คำตอบภายใน 7 วัน เพราะมีครูเสียชีวิต ซึ่งสพฐ.ต้องขอแสดงความเสียใจ และขอให้เป็นกรณีสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น เพราะกว่าจะได้ครูหนึ่งคน ถือเป็นเรื่องยาก จึงต้องดูแลให้ดีที่สุด ยืนยันว่า ศธ. เน้นย้ำในเรื่องการลดภาระครูให้ได้มากที่สุด แต่เรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งอาจไปกระทบกับโรงเรียนขนาดเล็กจึงทำให้เกิดความเครียด สพฐ. ก็ต้องไปหาวิธีการที่เหมาะสม” เลขาธิการกพฐ. กล่าว
“ส่วนประเด็นที่ครูชักชวนแต่งกายชุดดำผ่านโซเชียลนั้น ผมมองว่าก็เป็นสิทธิที่ครูทุกคนแสดงความคิดเห็นออกมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งผมเข้าใจครูทุกคนที่อยากจะเป็นสื่อกลางสะท้อนมาถึงสพฐ.ให้ช่วยเร่งแก้ปัญหาเรื่องภาระงานครู โดยผมยืนยันว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างเต็ม เพราะกว่าจะได้เป็นครูหนึ่งคนได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นสพฐ.จะต้องทำอย่างสุดความสามารถในการรักษาครู เพื่อทำหน้าที่สอนเด็กไว้ให้ดีที่สุด” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

