อว. รับมอบหนังสือ ส่งต่อความรู้ประวัติศาสตร์ 13 รายการ พร้อมหนุนเยาวชนเรียนรู้วัฒนธรรม

17.06.25 | 17:59 น.

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการอว. เป็นประธานในพิธีรับมอบหนังสือจากโครงการ “ส่งต่อความรู้ประวัติศาสตร์อยุธยาและไทย – จีน มิตรสัมพันธ์ โดย ศิริวรรณ ตั้งศิริวานิช“ รวมมูลค่า 1 ล้านบาท โดยมี นายธวัชชัย ตั้งศิริวานิช ผู้สนับสนุนและผู้จัดตั้งโครงการบริจาคหนังสือ”ส่งต่อความรู้ประวัติศาสตร์อยุธยาและไทย-จีน มิตร สัมพันธ์ โดย ศิริวรรณ ตั้งศิริวานิช” น.ส.ปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)  นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองประธานบริษัท และบรรณาธิการ กอง บรรณาธิการประชาชาติ นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการมติชน นายสรพันธุ์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท งานดี จำกัด นายเจตนา จนิษฐ ที่ปรึกษา บริษัท งานดี จำกัด และ นายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์ เข้าร่วม

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งใจอย่างยิ่งที่นายธวัชชัย ผู้ที่ ได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญแผนที่โบราณอันดับต้นๆของเมืองไทย ได้มอบหนังสืออันทรงคุณค่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อยุธยาและประวัติศาสตร์ไทย-จีน ให้กับอว. เพื่อส่งต่อไปยังโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเยาวชนไทย การมอบหนังสือในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการ ส่งต่อความรู้และแรงบันดาลใจ ที่จะถูกจาริกไว้ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยไทยไปอย่างยาวนาน ดิฉันเชื่อมั่นว่า เยาวชนไทยจำนวนมากจะได้มีโอกาสเปิดโลกทัศน์ เรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรม และสร้างพลัง ความคิดสร้างสรรค์ผ่านมุมมองจากหนังสือเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นคุณปการต่อสังคมอย่างแท้จริง

“ในฐานะที่อว. มีบทบาทสำคัญในการดูแลระบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของไทย เราให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต และมองว่าหนังสือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญในการช่วยกระตุ้นความคิด พัฒนาทักษะการอ่านและความคิด วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในยุคที่เยาวชนไทยต้องเผชิญกับข้อมูลข่าวสารมากมาย หนังสือที่ผ่านการกลั่นกรองเนื้อหาอย่างดีจึงเปรียบเสมือน เข็มทิศทางปัญญาที่ช่วยนำทางให้กับผู้เรียนได้อย่างมั่นคง โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้หนังสือดี ๆ ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 240 แห่งทั่วประเทศแต่ยังเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่จะร่วมมือ กันสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้แบบเปิด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง การเรียนรู้เพื่อทุกคน ที่อว. กำลังผลักดันอยู่“น.ส.ศุภมาส กล่าว

น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า หนังสือประวัติศาสตร์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาความเข้าใจในตัวตนของชาติ และเชื่อม โยงผู้เรียนกับ รากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของสังคมไทย การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เพียงเพื่อจดจำเหตุการณ์ในอดีต แต่เพื่อเข้าใจความเป็นมา มองเห็นบทเรียนจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน และใช้สิ่งนั้นเป็นฐานในการสร้างอนาคตหนังสือทั้ง 13 รายการในโครงการนี้ มีคุณค่าทางวิชาการอย่างมาก เพราะไม่เพียงเล่าประวัติศาสตร์ในมุมของไทยเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างพลเมืองโลก

“ดิฉันเชื่อมั่นว่าเยาวชนไทยที่ได้อ่านหนังสือเหล่านี้ จะสามารถพัฒนาทัศนคติที่เคารพรากเหง้าทางวัฒนธรรม มีความเข้าใจในความหลากหลาย และสามารถนำความรู้จากอดีตไปสังเคราะห์เพื่อเผชิญกับความท้าทายในปัจจุบันได้อย่างมั่นใจจากโครงการนี้ ดิฉันเห็นพลังของความตั้งใจและความเสียสละที่เกิดขึ้นจากภาคประชาชน ซึ่งสามารถขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาได้อย่างแท้จริง ดิฉันขอใช้โอกาสนี้เชิญชวนภาคเอกชน นักเขียน ผู้จัดพิมพ์ และผู้มีจิตอาสาทุกท่าน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้าง โอกาสทางการเรียนรู้ให้กับเยาวชนไทย”น.ส.ศุภมาส กล่าว

Advertisement

น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคหนังสือ การสนับสนุนทุนการศึกษา การเปิดพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์หรือการจัดกิจกรรมเสวนาวิชาการ ล้วนสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นหากผลงานที่สร้างสรรค์มีคุณค่าแล้ว การที่หนังสือของผู้สร้างได้อยู่บนชั้นหนังสือของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ย่อมถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในชีวิตของผู้เขียนที่มีส่วนร่วมในการ ขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน อว. พร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และขอขอบคุณนายธวัชชัยอีกครั้งหนึ่งที่เป็นเสมือนแบบอย่างของพลเมืองผู้มีวิสัยทัศน์ ซึ่งได้สร้างผลงานอันทรงคุณค่าทาง จิตวิญญาณไว้ให้แก่ประเทศชาติต่อไป

 

ด้าน นายธวัชชัย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ขอวการมอบหนังสือทั้ง 13 รายการซึ่งประกอบไปด้วย  1. ประวัติศาสตร์อยุธยา2.การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนฯ 3.ในยุคอวสานกรุงศรี ไม่เคยเสื่อม 4. อุ้มกอง และกำไร 5.กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง 6.คนดีกรุงศรีอยุธยา 7.ประวัติศาสตร์ไทย ฉบับสังเขป 8.อยุธยากับประวัติศาสตร์และการเมือง 9.๒๕๐ ปี เสียกรุงศรีฯ สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ 10.หนังสือสัญจร 11.คู่มือเดินชมศิลปกรรมโบราณในอยุธยา 12. หนังสือชุดประวัติจีนกรุงสยาม 13. สังคมจีนในประเทศไทย : ประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์ ทางโครงการต้องการให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ได้รู้ถึงประวัติศาสตร์รากเหง้าของตนเอง ซึ่งหนังสือที่คัดเลือก มาจากสำนักพิมพ์มติชนและอีกหลายๆสำนักพิมพ์ โดยมีเนื้อหาที่ครอบคลุมไม่เพียงประวัติศาสตร์วิทยา รวมไปถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-จีน

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า ความสัมพันธ์นี้ถือว่ามีความสำคัญมากและหากอยากเข้าใจถึงจุดประสงค์ของความสัมพันธ์นี้จะต้องมีความเข้าใจต่อคนจีนและคนไทย ตนตั้งโครงการนี้เพื่อส่งต่อความรู้ผ่านหนังสือทั้งหมด ซึ่งจะถูกวางในชั้นหนังสือของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และอยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมแห่งอุดมปัญญา

“ตัวผมเริ่มจากการที่ไปซื้อแผนที่ในร้านหนังสือแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ จนสามารถต่อยอดความสนใจนั้นมาเป็นการเขียนหนังสือประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน ผมจึงหวังว่าการส่งมอบหนังสือในวันนี้จะไปทำให้เด็กหรือเยาวชนที่ผ่านเข้ามาและมีโอกาสได้อ่านหนังสือเหล่านี้ได้ค้นพบตัวตนเหมือนกับที่ผมได้พบในวันที่ซื้อแผนที่ การศึกษาประวัติศาสตร์เหล่านี้ทำให้ตนได้รู้จักกับครอบครัวของตนเอง ได้รู้ข้อมูลของบรรพบุรุษของตนมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีข้อมูลที่ตรงกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ โดยการนำชื่อ ศิริวรรณ ตั้งศิริวานิช ซึ่งเป็นชื่อของมารดามาตั้งเป็นชื่อโครงการก็เพราะอยากจะตอบแทนที่มีความอดทน และเลี้ยงดูพี่น้องและตนให้มีความรู้ จนสามารถนำมาต่อยอดและเกิดเป็นทุนทรัพย์ที่นำมาบริจาคในวันนี้ได้ ผมหวังว่าโครงการในครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายให้หน่วยงานเอกชนที่มีทุนทรัพย์มาส่งมอบความรู้ให้กับประเทศ เพราะหากประชากรในประเทศมีความรู้ ก็จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและลดปัญหาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น อัตราการเกิดอาชญากรรม ระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจ การเมืองการปกครองเป็นต้น เป็นการสร้างโลกในอุดมปัญญาและนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้า”นายธวัชชัย กล่าว