ชี้’รมว.อว.’คนใหม่ต้องเข้าใจอุดม-วิทย์ มองเห็นปัญหา-โอกาสพัฒนาประเทศ
นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมาและนักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ตามมติพรรคภูมิใจไทยนั้น การเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกลางคันแบบนี้ย่อมมีผลเสีย ทำให้นโยบายขาดความต่อเนื่อง โดยเรื่องใดที่มีประโยชน์ก็อยากให้รัฐมนตรีว่าการอว.คนใหม่ ช่วยสานต่อหรือนำมาปรับใช้ให้มีความเหมาะสม สำหรับคุณสมบัติของรัฐมนตรีอว.คนใหม่มองว่า จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และความเข้าใจต่อบริบทและปัญหาของอุดมศึกษาอย่างลึกซึ้ง รวมถึงมีความรู้ในเรื่องของนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์เนื่องจาก อว. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการดูแลทั้งด้านการอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์ควบคู่กัน ดังนั้นรัฐมนตรีคนใหม่จึงต้องเป็นคนที่สามารถมองเห็นทั้งปัญหาและโอกาสในการบริหารจัดการระบบอุดมศึกษาให้สามารถเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินงานของอว.สนับสนุนการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
“สถานการณ์ปัจจุบันของอุดมศึกษานั้นอยู่ในบริบทที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกระแสของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบต่างๆ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิธีการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ฉะนั้น รัฐมนตรีคนใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ จึงควรมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลและสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยังอยากเสนอว่า รัฐมนตรีคนใหม่ควรให้ความสำคัญกับการทบทวนระบบการสนับสนุนมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ได้มีการแบ่งกลุ่มตามจุดมุ่งเน้นมาแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ว่าสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา แม้จะมีการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยตามภารกิจแต่ในทางปฏิบัติกลับยังไม่มีการสนับสนุนอย่างจริงจังหรือสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เน้นการพัฒนาท้องถิ่น
“การแต่งตั้งรัฐมนตรี หลายคนอาจจะมีทัศนคติว่า รัฐมนตรีเป็นผู้บริหารเชิงนโยบาย จึงไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทางหรือมีประสบการณ์ในแวดวงอุดมศึกษามาก่อน แต่ในมุมมองของผมเอง ผมคิดว่าหากรัฐมนตรี อว. คนใหม่เป็นผู้ที่เคยทำงานหรือคลุกคลีอยู่ในแวดวงอุดมศึกษา หรืออย่างน้อยก็มีความรู้และความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้เป็นทุนเดิมอยู่บ้าง ก็จะช่วยให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้รัฐมนตรีคนนั้นจะอาจไม่เชี่ยวชาญในด้านการเมืองหรือการบริหารนโยบายเทียบเท่ากับนักการเมืองทั่วไปก็ตาม อย่างน้อยที่สุด หากได้รัฐมนตรีที่มีความเข้าใจต่อบริบท หน้าที่ และภารกิจของกระทรวงอย่างแท้จริง ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการพัฒนาอุดมศึกษา” นายอดิศร กล่าว

