หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา พ่อเหยื่อจ่อพ...

พ่อเหยื่อจ่อพาลูกย้ายร.ร. เหตุรุ่นน้องเตะเสยคางจนสลบ อ้างสถานศึกษาขู่ดำเนินคดี ฐานปล่อยคลิป

24.06.25 | 14:40 น.

พ่อเหยื่อจ่อพาลูกย้ายโรงเรียน เหตุรุ่นน้องเตะเสยคางจนสลบ เผยไม่เคยได้รับคำขอโทษ-เยียวยาเลย แม้ผ่านมาเกือบ 1 เดือน อ้างสถานศึกษาขู่ดำเนินคดี ฐานปล่อยคลิป

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปที่ปรากฏภาพเหตุการณ์ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี โดยในคลิปจะเห็นนักเรียนชายที่สวมเสื้อแขนสั้นสีแดง เตะเข้าบริเวณคางของนักเรียนชายอีกคนที่สวมชุดนักเรียน จนสลบคาที่ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะดึงร่างของเด็กที่ถูกทำร้ายขึ้นมา พร้อมโพสต์ข้อความว่า “หลานชายถูกเตะหลับคากลางอากาศ ช่วยหน่อยนะครับ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ช่วยแนะนำด้วยครับ เด็กอายุ 13 ปี คู่อริเป็นลูกทหาร เหตุเกิดที่ จ.อุบลฯ”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองหว้า ต.หนองหว้า อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อพูดคุยกับ ครอบครัวของ ด.ช.วา (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นคนโดนเตะ

ด.ช.วา คนโดนเตะจนสลบ

ด.ช.วาได้โชว์บาดแผลตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหลัง ข้อศอก และริมฝีปากที่ยังคงแดงอยู่ สามารถเห็นบาดแผลได้ชัดเจน แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 1 เดือนแล้ว

ด.ช.วาเปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เริ่มจาก “รุ่นน้อง” มาตบหัวตน ตนจึงตบหัวกลับในวันนั้น วันถัดมารุ่นน้องเรียกตนไปคุยบริเวณหลังพระใหญ่ ตนจึงไปคนเดียว โดยเข้าใจว่าอาจจะไปเล่นตะกร้อ เพราะรุ่นน้องพาเพื่อนในห้องอีก 2 คนมาด้วย ไม่คิดว่าจะถูกทำร้าย หลังจากนั้นจึงถูกทำร้ายร่างกายจนรู้สึกเหมือนหมดสติ จำเหตุการณ์ไม่ได้ และมารู้สึกตัวอีกครั้งประมาณ 2 ทุ่ม พบว่าตนเองปากแตก เจ็บท้ายทอย มีรอยช้ำบริเวณท้ายทอย ศอกทั้งสองข้าง และแผ่นหลัง

Advertisement

ด.ช.วาเผยว่า หลังเกิดเหตุตนและฝ่ายคู่กรณียังไม่ได้พูดคุยกันแต่อย่างใด แต่เห็นว่าคู่กรณีโพสต์โน้ตในอินสตาแกรมว่า “เงินก็ให้ไปแล้ว ยังเอาคลิปไปลงอีก” ซึ่งตนไม่ทราบว่าอีกฝ่ายพูดถึงเงินจำนวนใด เพราะไม่ได้รับเงินเยียวยาแต่อย่างใด ทั้งที่พ่อของอีกฝ่ายได้พูดทางโทรศัพท์ว่าจะโอนเงินค่าเยียวยา 10,000 บาท ให้ในวันที่ 28 พฤษภาคม แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการนัดเจรจาใดๆ

ด.ช.วากล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายคู่กรณีก็ไม่ได้มาขอโทษ และตนยังคงรู้สึกโกรธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากเหตุการณ์นี้ได้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์และโรงพยาบาลเบญจลักษ์ ซึ่งแพทย์ระบุว่ามีอาการฟกช้ำตามร่างกายและเจ็บบริเวณท้ายทอย

ด้านนายสุรพล อายุ 44 ปี บิดาของ ด.ช.วา เปิดเผยว่า เป็นผู้ติดต่อผู้ปกครองของคู่กรณีก่อนเพื่อพูดคุย แต่ตอนแรกอีกฝ่ายไม่ยอมเข้ามาไกล่เกลี่ย อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดน จึงขอรอหมายเรียกหรือหมายศาลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ต่อมาผู้ปกครองของคู่กรณีได้ติดต่อกลับมาว่าหากกลับมาจากชายแดนเมื่อใดจะขอเปิดใจพูดคุยอีกครั้ง

นายสุรพล พ่อของ ด.ช.วา

นายสุรพลกล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่ได้รับการขอโทษใดๆ จากทั้งฝ่ายนักเรียนคู่กรณีหรือผู้ปกครอง และทางโรงเรียนก็เพียงแจ้งว่าจะดำเนินการกับผู้ที่ปล่อยคลิปเท่านั้น ไม่มีการติดต่อหรือดูแลเยียวยานักเรียนผู้เสียหายแต่อย่างใด หลังจากเหตุการณ์ ด.ช.วายังไม่ได้กลับไปเรียน และตนมีแผนจะย้ายลูกมาเรียนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ แทน เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยของลูกชาย

ทั้งนี้ ครอบครัวของ ด.ช.วาได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม โดยคู่กรณีได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยในวันที่ 28 มิถุนายน