เป็นเสียงที่ฟังดูเหมือนไม่มีความหมาย แต่คือจุดเริ่มต้นในการสร้างและเติมเต็มความหมายในชีวิตให้กับเด็กที่ประสบภาวะ “ปากแหว่งเพดานโหว่” เมื่อพวกเขาเริ่มฝึกพูด หลังจากเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างเพดานปาก และริมฝีปากแล้ว
โดยอายุที่เหมาะสมเข้ารับการผ่าตัดริมฝีปากเริ่มตั้งแต่ 3-6 เดือนขึ้นไป หมายความว่าพวกเขาจะได้รับโอกาสเริ่มฝึกพูดอย่างจริงจังหลัง 1 ขวบ รวมทั้ง ใช้ระยะเวลาอีกยาวนานในการสร้างและฟื้นฟูทักษะการพูด ฟัง และสื่อสาร ให้กลับสู่สภาพปกติให้มากที่สุด ภารกิจทั้งหมดเป็นงานในความรับผิดชอบของ “กลุ่มอาสาสมัครนักแก้ไขการพูด” ของ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม
มูลนิธิระบุว่า แต่ละปีอัตราเด็กแรกเกิดของไทยที่ประสบภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ประมาณ 2,000 คน เด็กกลุ่มนี้เกิดมาพร้อมความพิการที่เห็นชัดเจน และจำเป็นต้องรักษาเป็นระยะเวลายาวนาน และรักษาในหลายๆ ด้าน มูลนิธิจึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้คนเหล่านี้ด้วยการมอบการผ่าตัดเปลี่ยนชีวิตช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ และยังดำเนินการครบวงจรในกระบวนการบำบัดรักษาต่อเนื่องเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการพูดของกลุ่มผู้ป่วย เพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตให้เด็กเหล่านี้ได้เติบโต และดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
คริสตินา เคร้าเซ่อ ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เล่าถึงการทำงานของทีมอาสาสมัครที่ทำงานร่วมกับมูลนิธิ ในปี 2559 ว่า ทีมประกอบด้วยนักแก้ไขการพูดที่กำลังศึกษาต่อปริญญาโท และอาจารย์ที่ปรึกษาสาขาความผิดปกติของการสื่อความหมาย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยกำหนดตารางเพื่อจัดค่ายฝึกพูดให้กับครอบครัวเด็กที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งค่ายดังกล่าวไม่เพียงฝึกการพูดโดยตรงให้เด็ก แต่ยังให้ความรู้และฝึกพ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อนำกลับไปฝึกให้เด็กเมื่อออกจากค่าย ดังนั้น ความยากง่ายในการฝึกจึงขึ้นอยู่กับเจตคติของพ่อแม่ ผู้ปกครอง แรงจูงใจของเด็กและพ่อแม่ รวมทั้งความเข้าใจเรื่องพัฒนาการทางภาษา
สมาชิกในทีมแก้ไขการพูด กล่าวว่า พ่อแม่มีส่วนสำคัญมากในการช่วยกระตุ้น และส่งเสริมการฝึกพูดตามคำแนะนำ ทางค่ายจะมีการบ้านให้กลับไปฝึก และแก้ไขความผิดปกติที่บ้าน โดยให้ทำเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง สำคัญที่สุดคือพ่อแม่ และคนใกล้ชิดต้องไม่ล้อเลียน หรือติเตียนการพูดไม่ชัดของเด็ก แต่ควรชมเชย หรือให้รางวัลเมื่อเด็กพยายามพูดออกเสียงให้ชัดเจน
ความบกพร่องด้านการพูด แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.พูดไม่ชัด 2.การก้องของเสียงผิดปกติ และ 3.มีลมรั่วทางจมูก ทำให้หน้าตาผิดปกติระหว่างพูด วิธีฝึกปฏิบัติสำหรับเด็กอายุ 1-3 ขวบ จะเริ่มประเมินผู้ป่วยว่าบกพร่องแบบใด และเริ่มต้นฝึกแก้ไขภาษาเพื่อป้องกันความล่าช้าของพัฒนาการทางภาษา และการพูด ฝึกแก้ไขการทำงานของอวัยวะที่ใช้พูด
สำหรับการฝึกเด็กโต หรือผู้ใหญ่ จะสร้างสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้สื่อสารด้วยการพูดที่ถูกต้องจนเป็นนิสัย บางรายฝึกพูดไม่ให้มีเสียงขึ้นจมูกมากเกินไป แต่ถ้าฝึกแล้วยังมีเสียงขึ้นจมูกมาก จำเป็นต้องส่งปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างซ้ำ และกลับเข้าค่ายฝึกพูดอีกครั้ง
ผลสำเร็จที่ผ่านมา ส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ผู้ประสบภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ให้สื่อสารในชีวิตประจำวันได้ดี และสื่อสารให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่คนใกล้ชิดฟังเข้าใจได้
เพื่อมอบโอกาสสร้างรอยยิ้มที่สดใส และคุณภาพชีวิตให้กับเด็กๆ เหล่านี้ จึงขอเชิญชวนร่วมบริจาคเงิน ดาวน์โหลดเอกสารการบริจาคได้ทาง http://www.operationsmile.or.th/156/157/ โทร 0-2075-2700-2





