หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (355) 成语故事(355)

2.07.25 | 14:35 น.

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 各自为政/各自為政/gè zì wéi zhèng (เก้อ จื้อ เหวย เจิ้ง)

คำว่า各 gè (เก้อ) แปลว่า ต่าง(ต่างคนต่าง…)

自 zì (จื้อ)  แปลว่า ตนเอง ตัวเอง

为/為 wéi (เหวย) แปลว่า เป็น ทำเพื่อ

政 zhèng (เจิ้ง) แปลว่า การเมือง

Advertisement

เมื่อรวมกันเป็น 各自为政/各自為政หมายถึง ต่างคนต่างดำเนินการตามแนวทางการเมืองของตนเอง ต่างคนต่างทำตามความคิดของตน มีความหมายแฝงคือ ขาดความสามัคคี ต่างคนต่างทำแต่เพื่อผลประโยชน์ของตน มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน

ในยุคชุนชิว春秋Chūnqiū เกิดรัฐใหญ่น้อยมากมาย แต่ละรัฐต่างก็แข่งกันสะสมพลเรือนและกำลังพล ขยายดินแดนมิหยุดหย่อน ทำให้เกิดศึกสงครามใหญ่น้อยมากมายนับไม่ถ้วน มีเรื่องเล่าว่า รัฐเล็ก ๆ สองรัฐ นามว่า รัฐเจิ้ง郑国/鄭國Zhèng guó (เจิ้งกั๋ว) และรัฐซ่ง宋国/宋國Sòng guó (ซ่งกั๋ว) เป็นสองรัฐที่มีความขัดแย้งกันมาโดยตลอด และสงครามก็เกิดขึ้นบ่อยครั้งระหว่างทั้งสองรัฐนี้

ครั้งหนึ่ง รัฐเจิ้งได้ระดมพลเตรียมที่จะโจมตีรัฐซ่งอีกครั้ง เมื่อข่าวแพร่มาถึงรัฐซ่ง เจ้าผู้ครองรัฐซ่งจึงส่งขุนศึกหฺวาหยวน华元/華元Huá Yuán เป็นแม่ทัพใหญ่นำทัพไปต่อสู้กับศัตรูจากรัฐเจิ้ง ก่อนที่กองทหารทั้งสองจะได้ฤกษ์งามยามดีออกประจันบานกันนั้น แม่ทัพหฺวา หยวนแห่งรัฐซ่งได้สั่งให้ล้มวัวและแกะเพื่อนำมาเลี้ยงเหล่าทหารหาญทั้งหลาย เพิ่มขวัญกำลังใจและเตรียมให้รางวัลให้แก่ทหารทั้งหลาย ในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยความโกลาหลนั้น หฺวา หยวนลืมแบ่งเนื้ออร่อย ๆ เหล่านั้นให้พลขับหรือบ่าวขับรถม้าศึกของตน ทำให้บ่าวพลขับคนนั้นรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนัก เขาคิดว่าเขาทำงานหนักรับใช้เจ้านายเหมือนวัวเหมือนควาย แต่ในยามแบ่งปันอาหาร เขากลับไม่ได้อะไรเลย ยิ่งเขาคิดมากขึ้น เขาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดมากขึ้น จึงก่อเกิดความแค้นเคืองขึ้นในใจ และคิดว่าความแค้นนี้จะต้องได้รับการสะสางด้วยตัวของเขาเอง

เมื่อกองทัพทั้งสองยกเข้าตะลุมบอนกันอย่างเต็มรูปแบบ  ในระหว่างที่รถม้าศึกของทั้งสองฝ่ายกำลังขับเคี่ยวกันอยู่นั้น บ่าวผู้เป็นพลขับก็หันมาพูดกับหฺวา หยวนเจ้านายของตัวเองว่า  “การแบ่งเนื้อวัวเนื้อแกะในคืนนั้น มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย แต่ข้าก็ไม่อาจคัดค้านใด ๆ ได้ เพราะอำนาจใจการตัดสินใจนั้นขึ้นอยู่กับตัวท่านแต่เพียงผู้เดียว แต่บัดนี้ รถม้าศึกกำลังขับแล่นแต่สู้กันอยู่นี้ ข้าเป็นคนควบคุมมัน ข้าจึงมีอำนาจตัดสินใจเองว่าจะขับอย่างไร” ว่าแล้ว บ่าวคนขับรถม้าก็ขับรถศึกมุ่งตรงไปยังกลางกองทัพของรัฐเจิ้ง ด้วยเหตุนี้เอง หฺวา หยวนผู้บัญชาการกองทัพซ่งก็ถูกกองทัพเจิ้งจับตัวไปได้อย่างง่ายดาย  กองทัพซ่งเมื่อสูญเสียแม่ทัพไป การรบก็เลยเกิดความโกลาหลขึ้น ไม่นานก็ถูกกองทัพรัฐเจิ้งจัดการราบคาบ

ต่อมาผู้คนจึงเอาการการกระทำของคนขับรถศึกนี้ไปใช้เปรียบเปรยกับคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:不考虑全局,各搞一套。

成語比喻:不考慮全局,各搞一套。

Chénɡyǔ bǐyù:Bù kǎolǜ quánjú,gè gǎo yī tào.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่:  ปู้ ข่าวลวี่ เฉวียนจวี๋,เก้อ ก่าว อี เท่า

สุภาษิตเปรียบว่า การทำอะไรโดยไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์โดยรวม ต่างคนต่างทำตามใจของตนเอง

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

中东国家,每个国家都各自为政,没有形成联盟的意识,导致该地区长期战乱。

中東國家,每個國家都各自為政,沒有形成聯盟的意識,導致該地區長期戰亂。

Zhōngdōng guójiā, měi gè guójiā dōu gèzìwéizhèng, méiyǒu xíngchéng liánméng de yìshí, dǎozhì gāi dìqū chángqí zhànluàn.

จงตง กั๋วเจีย, เหม่ย เก้อ กั๋วเจีย โตว เก้อจื้อเหวยเจิ้ง, เหมยโหย่ว สิงเฉิง เหลียนเหมิง เตอะ อี้ฉือ, ต่าวจื้อ กาย ตี้ชวี ฉางฉี จ้านล่วน

แต่ละประเทศในตะวันออกกลางต่างก็ดำเนินการเมืองอย่างอิสระ โดยไม่มีความเป็นกลุ่มพันธมิตรต่อกัน จึงส่งผลให้เกิดสงครามมาอย่างยาวนานในภูมิภาคนี้